หน้าแรก การเมือง เปิดของขวัญปี...

เปิดของขวัญปีใหม่ก.คลัง ฟื้นช้อปดีมีคืน แบงก์คืนเงินลูกค้า ชงบัตรคนจนโฉมใหม่สัปดาห์หน้า

21.12.21 | 18:39 น.

เปิดของขวัญปีใหม่ก.คลัง ฟื้นช้อปดีมีคืน แบงก์คืนเงินลูกค้า ชงบัตรคนจนโฉมใหม่สัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม เวลา 15.30 น. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง พร้อมด้วยผู้บริการกระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ร่วมกันแถลงข่าวมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจปี 2565 หรือมาตรการของขวัญปีใหม่ โดยนายอาคม กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญ ประกอบด้วย มาตรการช้อปดีมีคืน โดยให้นำรายจ่ายการซื้อสินค้าและบริการ มาหักลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ 2565 คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มูลค่า 6,200 ล้านบาท จากผู้เสียภาษีที่ใช้จ่าย 1.4 ล้านคน อย่างไรก็ตามจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 42,000 ล้านบาท ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 0.12%

นายอาคม กล่าวว่า ต่อมาได้มีการอายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง เหลือตัวละ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ ไม่เกิน 3 ล้านบาท จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ต่อมามาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุรา ยาสูบ และไพ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2565 ให้ผู้ประกอบการรายเดิม ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ได้แก่ ร้านอาหาร ผับ บาร์ ต่อมามาตรการขยายการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ต่อมามาตราการทางภาษีและค่าธรรมเนียม เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ ที่เป็นสถาบันการเงิน โดยขยายเวลาออกไปอีก 5 ปี จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2569

นอกจากนี้ยังมีของขวัญปีใหม่ จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ประชาชน เช่น การคืนเงินให้แก่ลูกหนี้เงินกู้ที่มีประวัติการชำระดี รางวัลพิเศษสำหรับลูกค้าธ.ออมสิน การยกเว้นค่าธรรมเนียมนิติกรรมสัญญา ส่วนลด ค่าบริการ และค่างวด สำหรับการค้ำประกันสินเชื่อเป็นต้น ทั้งนี้คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวม 25,000 ล้านบาท การคืนเงินและรางวัลพิเศษรวม 1,335ล้านบาท การลดอัตราดอกเบี้ยรวม 4,700 ล้านบาท ส่วนลดค่าบริการและส่วนลดค่างวดสูงสุดรวม 7.43 ล้านบาท

นายอาคม กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจปี 2565 คาดว่าจะขยายตัว 4% มีเม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ 1.18 ล้านล้านบาท โดยกระทรวงการคลังจะเร่งขับเคลื่อนการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการส่งเสริมเอสเอ็มอี สตาร์ตอัพ ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ส่งเสริมด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยมีมาตรการส่งเสริมใช้รถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการลดภาษีสรรพสามิตร

นายอาคม กล่าวว่า สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 4 จะเริ่มโครงการในวันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2565 ที่ต้องเว้นช่วงไปเป็นเพราะว่า ต้องมีการปรับปรุงระบบ ปรับแพลตฟอร์มให้ใช้ง่ายมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 1 เดือน เพื่อให้มีการยืนยันตัวตนใหม่ก่อนที่จะเริ่มโครงการ ทั้งนี้โครงการคนละครึ่งเฟส 3 จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ โดยจะไม่มีการขยายอายุให้ โดยปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งเต็มวงเงิน 4,500 บาท หมดแล้วกว่า 7 ล้านคน อีก 20 ล้านคน ยังใช้ไม่หมด โดยมีเงินวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งวงเงินที่เหลือจะนำมาใช้ต่อในโครงการคนละครึ่งเฟส 4 ต่อไป

Advertisement

“ส่วนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ หรือบัตรคนจน จะมีการนำเสนอเข้าสู่ ครม. ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีการพิจารณารูปแบบหลักเกณฑ์ของผู้ที่เข้าร่วมโครงการใหม่ทั้งหมด และเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการใหม่ในช่วงต้นปี 2565 เบื้องต้นจะเริ่มใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐตัวใหม่ได้ ในเดือนตุลาคม 2565” นายอาคม กล่าว