‘ทะลุฟ้า’ ลั่น คุกไม่ใช่ที่เคาต์ดาวน์คนเห็นต่าง เสวนาเข้ม ล่าชื่อแก้ ม.112 จี้คืนสิทธิประกัน
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 ธันวาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กลุ่มทะลุฟ้า, โครงการอินเทอร์เพื่อกฎหมายประชาชน (ilaw), กลุ่มสามัญชน และ Actlab จัดกิจกรรม ‘คุกไม่ใช่ที่เคาท์ดาวน์ของผู้ที่มีความเห็นต่าง’ โดยมีการเสวนายกเลิก112 กับอนาคตประเทศไทย มีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นายณัฐชนน ไพโรจน์ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, นางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ,
รศ.ดร ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายณัชปกรณ์ นามเมือง เจ้าหน้าที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ilaw) และกิจกรรมมากมายในการรณรงค์ยกเลิกกฎหมาย112 อาทิ การปราศรัยและล่ารายชื่อยกเลิกกฎหมายมาตรา 112
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวลา 15.12 น. ทีมงานกลุ่มทะลุฟ้าได้นำเครื่องเสียงมาติดตั้งบริเวณหน้าศาลอาญา ประตู 8 โดยทำการปิดช่องจราจรถนนรัชดาภิเษกจำนวน 2 เลน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจจราจร คอยดูแลการจราจรในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการตั้งบูธราษฎรประสงค์ยกเลิก112 เพื่อเปิดให้ผู้ที่มาร่วมฟังเสวนาในวันนี้ลงชื่อยกเลิกกฎหมายมาตรา112
บริเวณด้านหน้าเวทีมีการวางภาพของนักกิจกรรมที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ เช่น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง, และนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน

เวลา 16.35 น. เริ่มเปิดวงเสวนาในหัวข้อปัญหาของมาตรา 112 ส่งผลกระทบและมีปัญหาอย่างไรบ้าง โดยนายณัชปกรณ์ นามเมือง เจ้าหน้าที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ilaw) กล่าวว่า การอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจขอบเขตของกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายมาตรา112
“เชื่อว่าทุกท่านที่มานั่งอยู่ในที่แห่งนี้ก็คงจะเข้าใจปัญหาของมาตรา112 เป็นอย่างดี แต่แค่ความเข้าใจของพวกเรานั้นมันยังคงไม่พอ พวกเรามีหน้าที่ในการสื่อสารกันต่อไปว่าปัญหาของมาตรา 112 คืออะไร ผมรณรงค์ให้ทุกคนต้องท่องมาตรา 112 ให้ได้ก่อน ถ้าเราท่องได้เราจะเห็นภาพชัดว่าการบังคับใช้มาตรา 112 มันไปไกลขนาดไหน หากเราท่องกันได้จนขึ้นใจเราจะพบว่ากฎหมายนี้กำหนดลักษณะความผิดไว้ 3 อย่างคือ 1.หมิ่นประมาท 2.ดูหมิ่น 3.แสดงความอาฆาตมาดร้าย ต้องเข้า 3 องค์ประกอบนี้จึงจะเป็นความผิด เพราะฉะนั้นนี่เป็นหน้าที่ร่วมกันที่อยากจะเชิญชวนทุกคนว่าทำไมเราจึงต้องท่องมาตรา112 เพราะเราจะได้เห็นขอบเขตของกฎหมายและการบังคับใช้มันกว้างขวางไปขนาดไหน” นายณัชปกรณ์กล่าว
นายณัชปกรณ์ กล่าวต่อไปว่า ปัญหาข้อถัดมาคือเดิมความผิดมาตรา 112 เป็นความผิดที่เกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็น เป็นความผิดเกี่ยวกับการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ตามหลักสากลทั่วไปปกติการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นถ้าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมเพื่อความเป็นธรรม ย่อมได้รับการคุ้มครอง ตัวอย่างที่ง่ายที่สุด ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และ 328 ว่าด้วยเรื่องของความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่ถ้าไปดูมาตรา 329 และ 330 ก็จะเห็นว่ามีบทบัญญัติที่ยกเว้นความผิดเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นไว้ ถ้าท่านติชมเพื่อความเป็นธรรม ไม่ต้องรับผิด มีเหตุในการละเว้นโทษ แต่มาตรา112 นั้นไม่มีหลักการนี้อยู่ หมายความว่าไม่ว่าท่านจะพูดอะไรก็ตามต่อให้เป็นประโยชน์สาธารณะ ต่อให้เป็นข้อเท็จจริงก็ผิดได้ภายใต้112” นายณัชปกรณ์กล่าว

ต่อมานายณัฐชนน ไพโรจน์ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า ปัญหาของมาตรา 112 ไม่ได้มีปัญหาแค่เพียงตัวบท และย้ำว่า 3 ข้อเรียกร้องที่มีการเรียกร้องนั้นมีความจำเป็น
“กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีปัญหาแค่ตัวบท มีปัญหาทั้งการบังคับใช้ พอเราเห็นเพื่อนเราส่วนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาด้วยมาตรา112 เรารู้สึกว่ามาตรฐานบางอย่างมันเปลี่ยนไป ตัวผมมองว่าส่วนที่เป็นปัญหาในบ้านเรามากๆคือ เราอยู่ในบ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตยกฎหมายนี้เป็นปัญหาแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะในบ้านเมืองหนึ่งไม่ได้มีคนทุกคนที่คิดเห็นเหมือนกันหมด ซึ่งบางครั้งมันไปด้วยกันไม่ได้มันขัดแย้งกัน เมื่อมันขัดแย้งกันแต่ระบอบประชาธิปไตยมันให้โอกาสและทางเลือก เราจำเป็นที่จะต้องมีความอดทนอดกลั้นต่อกันเพื่อรับฟังว่าปัญหาของการพัฒนาบ้านเมืองในแบบของเรามันมีปัญหาอย่างไร หาพื้นที่มานั่งถกเถียงกัน เรามีรัฐสภาจริงไหม เรามีการเลือกตั้งจริงไหม เรามีกฎหมายที่ควรจะรับใช้ประชาธิปไตยแต่ผมเริ่มไม่แน่ใจ
ระบอบการเมืองในปัจจุบันนี้เราเห็นพ้องต้องกันอยู่แล้วว่า 3 ข้อเรียกร้องเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะโครงสร้างทางการเมืองในปัจจุบันมีปัญหา ตัวผู้ปกครองมีปัญหา กฎหมายที่ใช้ในปัจจุบันมีปัญหา จำเป็นที่จะต้องแก้ไขและเปลี่ยนแปลง การที่ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวทุกวันนี้ไม่ได้เป็นเพราะมีใครหว่านเงินและให้ออกมาชุมนุม แต่ทุกคนออกมาเพราะว่าปัญหาที่เราเผชิญอยู่ทุกวันนี้เป็นปัญหาที่มีอยู่จริง” นายณัฐชนนกล่าว

เวลา 16.53 น. นางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ กล่าวว่า คิดว่าพวกเราที่อยู่ในที่นี้คงเข้าใจถึงปัญหาของมาตรา 112 หวังว่าสิ่งที่คุยกันวันนี้มันจะไปถึงเพื่อนร่วมสังคมไทยอีกจำนวนหนึ่งซึ่งอาจจะยังไม่ได้รับรู้เรื่องนี้หรืออาจจะรับรู้มาอีกแบบหนึ่งก็เป็นข้อมูล เป็นความคิดเห็นที่อยากจะส่งไปให้ถึง
“โดยในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมาชัดเจนแล้วว่ากระบวนการยุติธรรมไทยเวลาเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ถ้าพูดกันอย่างสัตย์จริงมีหลายเรื่องที่เห็นความก้าวหน้าของกระบวนการยุติธรรมไทย แต่การไม่อนุญาตให้มีการประกันตัวผู้ที่ถูกดำเนินคดีในมาตรา112 ส่วนตัวมองว่าขัดต่อหลักการพื้นฐาน”


