‘ครูแก้ว’ ปราม ‘พิเชษฐ์’ อย่าดื้อ หลังท้วงไม่ยอมรับทราบรายงานกองทุนประชารัฐสวัสดิการฯ ก่อนชิงปิดประชุม

23.12.21 | 20:09 น.

‘ครูแก้ว’ ชิงปิดประชุม หลัง ‘พิเชษฐ์’ ท้วงไม่ยอมรับทราบรายงาน กองทุนประชารัฐสวัสดิการฯ ลามขอนับองค์ประชุมแต่ถูกเมิน

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงบ่ายมีการประชุมเพื่อพิจารณารับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ 2562 และปี 2563 โดยมี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม มีสมาชิกอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง จนผู้ชี้แจงในส่วนของกองทุนได้ชี้แจงเสร็จสิ้นแล้ว และนายศุภชัยได้แจ้งที่ประชุมว่า เมื่อจบการซักถามแล้ว ถือว่าที่ประชุมรับทราบและปิดการอภิปรายแล้ว แต่ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลุกขึ้นdล่าวว่า ถึงแม้จะปิดการอภิปรายไปแล้ว แต่ตนไม่ยอมรับรายงานทั้ง 2 ฉบับนี้ ขอให้มีการลงคะแนน

นายศุภชัยได้แย้งว่า ไม่มีข้อบังคับให้ลงคะแนน การที่ท่านไม่รับรายงานทั้ง 2 ฉบับ ก็เป็นสิทธิของท่าน

แต่นายพิเชษฐ์ไม่ยอม พร้อมแย้งว่า เมื่อสภามีคนไม่เห็นด้วยกับรายงานนี้ ท่านประธานจะไปต่อหรือ

นายศุภชัยยืนยันว่า การรายงานต่อสภา เขามีข้อบังคับเพียงแค่การอภิปรายซักถาม และชี้แจงเท่านั้น ไม่ได้มีการลงมติ ท่านเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ก็มีสิทธิอภิปรายในสภา

ทำให้นายพิเชษฐ์โต้แย้งต่อว่า รายงานนี้ยังมีความไม่โปร่งใสและรับไม่ได้ ท่านประธานจะมัดมือชกให้สมาชิกยอมรับรายงานนี้หรือ

Advertisement
พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน

นายศุภชัยปฏิเสธว่า ไม่ได้มัดมือชก แต่เป็นข้อบังคับที่เขียนไว้แบบนี้ และถือว่าได้ตอบชี้แจงแล้ว ถ้าสมาชิกไม่ชัดเจนตรงไหนก็สามารถชี้แจงได้ โดยได้ให้สิทธิสมาชิกอภิปรายแล้ว ตัวแทนหน่วยงานชี้แจงแล้วก็ถือว่าจบ

ทำให้ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลุกขึ้นประท้วงว่า รายงานฉบับนี้เมื่อปีที่แล้วก็เคยถูกให้นำกลับไปแก้ไขเพราะที่ประชุมแห่งนี้ไม่ยอมรับ ถึงได้นำไปปรับปรุงแล้วเสนอมา 2 ฉบับอย่างวันนี้ และที่ประธานอ้างเรื่องข้อบังคับนั้น ข้อไหนหรือที่บอกว่าสมาชิกไม่มีสิทธิโหวต และสภาแห่งนี้ไม่ใช้สภาตรายาง ตนอภิปรายว่าตนไม่ยอมรับเช่นกัน

นายศุภชัยแจงว่า ขอให้ไปดูข้อบังคับข้อที่ 23 (2) และระเบียบวาระนี้เป็นเพียงระเบียบวาระเพื่อทราบ ไม่ได้บังคับว่าต้องมีการลงมติ และเมื่ออภิปรายซักถามกันเสร็จแล้วก็ถือว่าจบ ตนถือว่าวาระนี้เป็นวาระรับทราบ เพื่อแจ้งให้สภาทราบเฉยๆ ประธานไม่อาจทำผิดข้อบังคับหรอก

ทำให้นางอมรัตน์โต้แย้งว่า ถ้าจะเสนอเป็นญัตติว่าไม่ขอรับรองรายงานฉบับนี้เป็นญัตติใหม่จะได้หรือไม่

แต่นายศุภชัยแจ้งว่า คงไม่ได้ เพราะเป็นเพียงวาระเพื่อทราบ

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล

นายพิเชษฐ์จึงลุกขึ้นกล่าวว่า แล้วแบบนี้สภาเราจะทำอย่างไร เราสงสัยว่าจะมีการบกพร่องในหน้าที่ และมีการทุจริตอยู่ในรายงาน เราจึงไม่เห็นชอบและไม่ยอมรับ แล้วเราจะทำอย่างไรดี

นายศุภชัยกล่าวว่า แล้วแต่ท่านจะหาวิธีการ ส่วนจะทำอย่างไรตนคงตอบแทนไม่ได้

นายพิเชษฐ์จึงกล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นขอตรวจสอบองค์ประชุม โดยมีผู้รับรองครบ แต่นายศุภชัยแย้งว่า นายพิเชษฐ์สามารถเสนอเรื่องเข้าไปสู่ กมธ.สามัญในการพิจารณาตรวจสอบได้ เพราะมี กมธ.อยู่แล้ว

จากนั้นนายศุภชัยได้ตัดบทว่า ถือว่าจบการรับทราบรายงานดังกล่าวแล้ว โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงของ ส.ส.ฝ่ายค้านต่อ พร้อมกล่าวกับนายพิเชษฐ์ว่า “ท่านพิเชษฐ์ ท่านอย่าดื้อ” และสั่งปิดการประชุมทันทีในเวลา 18.50 น.

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกในที่ประชุมได้บางตาลง และเริ่มทยอยออกจากสภาตั้งแต่ช่วงแรกที่มีการอภิปรายรับทราบรายงานดังกล่าวแล้ว สังเกตได้จากห้องประชุมที่โล่ง และลานจอดรถที่ไม่ค่อยมีรถของสมาชิกจอดอยู่