‘ฟ้า-ปูน’ หวังพรุ่งนี้นักกิจกรรมได้สิทธิประกัน ยันถ้ายังสู้ เท่ากับไม่แพ้
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กลุ่มทะลุฟ้า, โครงการอินเทอร์เพื่อกฎหมายประชาชน (ilaw), กลุ่มสามัญชน และ Actlab จัดกิจกรรม ‘คุกไม่ใช่ที่เคาต์ดาวน์ของผู้ที่มีความเห็นต่าง’
บรรยากาศเวลา 18.15 น. มีการปราศรัยจากกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่บริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ประตู 8
เวลา 18.40 น. นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า แกนนำราษฎรมูเตลู ขึ้นกล่าวปราศรัยถึงความรู้สึกที่อยากให้เพื่อนนักกิจกรรมที่ถูกคุมขังได้ออกมาพบกับครอบครัวในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้
“เรากำลังอยู่ในช่วงเทศกาลแห่งความสุข หลายๆ ท่านอาจเหนื่อยและอ่อนล้าจากสภาวะต่างๆ ที่เกิดขี้นภายในชาติ หลายๆ ท่านอาจจะอ่อนแรงจากสิ่งที่เกิดขึ้น ฟ้าเชื่อว่าทุกๆ คนอยากกลับไปซบแนบอิงไหล่ใครสักคนที่บ้าน อยากกลับไปหาครอบครัว อยากกลับไปหาคนที่รัก ฟ้าเชื่อว่าทุกๆ ท่านในปลายปีนี้เราอยากกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ทุกคนอยากกลับบ้านไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ไม่มีใครเลยที่อยากนอนกลางถนน หรือนอนในคุกที่เหน็บหนาว

“ในวันพรุ่งนี้จะมีการพิจารณาคดี นายอานนท์ นำภา ผู้เป็นทั้งพ่อและลูกในคราวเดียวกัน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ผู้เป็นพี่ชายและลูกชาย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ผู้เป็นลูกชายและพี่ของครอบครัว นายภาณุพงศ์ จาดนอก ผู้เป็นน้องชายและลูกชาย พวกเขาเหล่านี้คือบุคลลที่มีครอบครัว แต่แล้วทำไมตลอดระยะเวลาเหล่านั้นเขาจึงไม่ได้กลับไปหาคนที่บ้าน
“เราไม่ได้ชังประเทศชาติ เพราะชาติเท่ากับประชาชนอยู่แล้ว สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนมาร่วมกันแสดงพลังปล่อยลูกกลับบ้านไปหาครอบครัว พวกเขามีคนที่รักให้ต้องกลับไป อย่าให้พ่อแม่ใครสักคนต้องไม่ได้เห็นหน้าลูก เพราะทุกคนไม่ใช่คนผิด” นายพรหมศรกล่าว
เวลา 18.59 น. นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูน ทะลุฟ้า กล่าวปราศรัยว่า อยากให้ประชาชนทุกคนมาร่วมกันรอรับเพื่อนกลับบ้านที่หน้าศาลอาญาในวันพรุ่งนี้ให้มากกว่าวันนี้ และมาร่วมกันส่งเสียงถึงกระบวนการยุติธรรม
“วันพรุ่งนี้จะมีการประกันตัวเพื่อนเรา นั่นก็คือ พี่เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ พี่อานนท์ นำภา พี่ไผ่ จตุภัทร์ และพี่ไมค์ ภาณุพงศ์ 4 คนนี้ถูกจับกุมคุมขังเพียงเพราะแสดงสิทธิและเสรีภาพที่เขาพึงตระหนักว่าในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยนั้นเขาสามารถกระทำได้
“ในวันพรุ่งนี้ปูนอยากจะให้ทุกคนมากันให้เยอะกว่าวันนี้ มาเพื่อที่จะรับพวกเขากลับบ้าน มาเพื่อที่จะส่งเสียงของเราถึงกระบวนการยุติธรรม ให้เขาได้ตระหนักคิดว่าถ้าหากคนที่ถูกจับกุมคุมขังนั้นเป็นครอบครัวของเขาจะเป็นอย่างไร
“มาเพื่อให้เขารู้ว่าตราบใดที่คนน้อยเราก็สู้ แต่ถ้าเราสู้อยู่แปลว่าเรายังไม่แพ้ ขอให้ทุกท่านมาร่วมกิจกรรมที่เรียกร้องประชาธิปไตยทุกๆ ครั้งไม่ว่ากลุ่มไหนจะเป็นคนจัด แต่สุดท้ายเรามีข้อเรียกร้องเดียวกันนั่นก็คือ 3 ข้อเรียกร้องของพวกเรา และปูนเชื่อว่าข้อเรียกร้องของพวกเราจะสำเร็จลุล่วงได้โดยมีพวกท่านเป็นตัวแปรสำคัญ และกำหนดอนาคตของประเทศ” นายธนพัฒน์กล่าว


