ม็อบเรียกร้องปล่อยแกนนำ กสม.แจงผลสำรวจสลายชุมนุม
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำสั่งขอปล่อยชั่วคราวคดีดำ อ.286/64 และคดีดำ อ.287/64 ที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มราษฎรเป็นจำเลยฐานดูหมิ่นสถาบันฯ ทั้งนี้ ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจำเลย ทั้ง 4 โดยเหตุผลสรุปว่า เคยปล่อยชั่วคราวเเต่ได้กระทำการฝ่าฝืนเงื่อนไข มีการปราศรัยให้เกิดความวุ่นวาย หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเกรงจะกระทำซ้ำ หรือก่อเหตุอีกตามที่ถูกฟ้องในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุเปลี่ยนเเปลงคำสั่งยกคำร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มทะลุฟ้าและกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมจัดกิจกรรม เดิน หยุด ขัง เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง โดยกลุ่มทะลุฟ้ารวมพลที่ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ เดินไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยมีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ เพื่อรอฟังคำสั่งไต่สวนประกันตัว 4 แกนนำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ นายสุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายพิทยา จินาวัฒน์ และนายบุญเกื้อ สมนึก ที่ปรึกษาประจำ กสม. แถลงรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนประจำปี 2564 โดย กสม.รับเรื่องร้องเรียนกรณีการชุมนุมทางการเมืองเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2564 หลายคำร้อง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า การชุมนุมทางการเมืองเป็นการรวมตัวของประชาชนที่ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา นักกิจกรรมทางการเมือง เพื่อแสดงความเห็นและมีข้อเรียกร้องปฏิรูปทางการเมืองควบคู่กับข้อเรียกร้องต่อมาตรการของรัฐบาลในการบริหารจัดการสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีรูปแบบการชุมนุมที่สำคัญ 3 รูปแบบคือ 1.การชุมนุมที่เป็นการประท้วง การเดินขบวนประท้วง และการชุมนุมแบบแฟลชม็อบ 2.การชุมนุมในรูปแบบกิจกรรมคาร์ม็อบและไบค์ม็อบ และ 3.การชุมนุมที่ไม่มีกลุ่มหรือแกนนำขับเคลื่อนการชุมนุมอย่างชัดเจน

