สกู๊ปข่าวหน้า 1 : ชิมลาง ‘เลือกตั้งซ่อม’ 3 เขต ก่อนกรำศึกใหญ่
ศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ 2 จังหวัด คือ เขต 1 จ.ชุมพร แทน ลูกหมี ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร เขต 1
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และเขต 6 จ.สงขลา ของ ถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส. สงขลา เขต 6 พรรค ปชป. ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา
ชี้ขาดให้พ้นสภาพการเป็น ส.ส. และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งซ่อมในวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2565
ขณะที่อีกหนึ่งเขตเลือกตั้งที่จะต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมใหม่ภายใน 45 วัน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ให้ “สิระ เจนจาคะ” สิ้นสภาพ ส.ส.กทม.เขต 9 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เนื่องจากเคยต้องโทษถูกจำคุกในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ เมื่อปี 2538 โดยไทม์ไลน์ที่ กกต.จะกำหนดให้มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 9 คาดว่าจะเป็นวันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2565
หากจะโฟกัสศึกเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ 2 จังหวัดภาคใต้ คือ ชุมพร และสงขลา ที่พรรค ปชป.เป็นเจ้าของพื้นที่เดิมอยู่ คู่แข่งคนสำคัญของพรรค ปชป.ที่รุกคืบพร้อมจะชิงพื้นที่ภาคใต้ให้ได้ ส.ส.มากกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 โดย ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ 50 เสียง พรรค ปชป.รักษาที่นั่งไว้ได้เพียง 22 เสียง
อีกทั้งในทุกศึกการเลือกตั้งซ่อม ในทุกเขตที่พรรค พปชร.ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมมักกวาดชัยชนะ คว้าเก้าอี้ ส.ส.มาได้ทุกสนาม ศึกเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ 3 จังหวัดครั้งนี้นอกจากจะเป็นการวัดกระแสของพรรคร่วมรัฐบาลว่า “คะแนนนิยม” และ “เรตติ้ง” รวมทั้งผลงานและนโยบายของแต่ละพรรค รวมทั้งกระแส “บิ๊กตู่” จะยังคงความ “ฟีเวอร์” มากขึ้นหรือลดลงกว่าเดิมด้วย
ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมแข่งขั้นด้วยนั้นจะเป็นการพิสูจน์ว่า กระแสความนิยมและผลการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเข้าตาประชาชนขนาดไหน
โดยพื้นที่เขต 1 จ.ชุมพร มีผู้สมัครรับเลือกตั้งจาก 5 พรรคที่ประกาศตัวชิงเก้าอี้ คือ หมายเลข 1 นายอิสรพงษ์ มากอำไพ เลขาฯนายก อบจ.ชุมพร มีศักดิ์เป็นหลานภรรยานายชุมพล
จากพรรค ปชป.หมายเลข 2 ร.ต.ท.สมชาย แพ่งยงยุทธ พรรคไทยศรีวิไลย์ หมายเลข 3 นายวรพล อนันตศักดิ์ คนรุ่นใหม่จากพรรคก้าวไกล หมายเลข 4 นายชวลิต อาจหาญ หรือทนายแดง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร จากพรรค พปชร. และหมายเลข 5 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์หรือผู้กำกับหนุ่ย จากพรรคกล้า
ขณะที่เขต 6 จ.สงขลา มี 4 พรรคที่ประกาศตัวชิง ส.ส. คือ หมายเลข 1 น.ส.สุภาพร กำเนิดผล หรือคุณนายน้ำหอม รองนายก อบจ.สงขลา ภรรยาของนายกชาย เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.เขต 5 จ.สงขลา ที่เพิ่งคว้าตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ปชป.คุมพื้นที่ภาคใต้มาหมาดๆ หมายเลข 2 นายธิวัชร์ ดำแก้ว จากพรรคก้าวไกล หมายเลข 3 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือ “เสี่ยโบ๊ท” บุตรชายนายอนันต์ พฤกษานุศักดิ์ เจ้าของบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จากพรรค พปชร. และหมายเลข 4 นายพงศธร สุวรรณรักษา จากพรรคกล้า
โดยผู้สมัครหมายเลข 1 น.ส.สุภาพร จากพรรค ปชป. และหมายเลข 3 นายอนุกูล จากพรรค พปชร. ถือเป็นคนสนิทของ “ถาวร เสนเนียม” อดีต ส.ส.เขต 6 พรรค ปชป.ทั้งคู่งานนี้ “ถาวร” จึงออกตัวขอวางเฉย ไม่สนับสนุนเชียร์ใครเป็นพิเศษเพราะรักทั้งคู่
ในการแข่งขันของทั้งเขต 1 จ.ชุมพร และเขต 6 จ.สงขลา คอการเมืองฟันธงตรงกันว่าจะเป็นการขับเคี่ยวกันของผู้สมัครจาก 2 พรรค คือ พรรค ปชป. เจ้าของแชมป์ กับผู้ท้าชิง คือ พรรค พปชร. แต่อาจมีผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล และพรรคกล้า เป็นตัวสอดแทรก
ส่วนศึกเลือกตั้งซ่อม เขต 9 กทม.เท่าที่ประกาศตัวมาในเวลานี้ สุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่แพ้ “สิระ เจนจาคะ” ไปเมื่อการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ด้วยคะแนน 34,907 ต่อ 32,115 คะแนน จะขอลงแก้มืออีกครั้ง
ขณะที่พรรค พปชร.เตรียมส่ง “เจ๊หลี” นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยาของนายสิระ ลงรับสมัครรักษาเก้าอี้ ส.ส. ส่วนพรรคก้าวไกลยืนยันว่าจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อมอย่างแน่นอน เพราะเมื่อสมัยอดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ส่ง “กฤษณุชา สรรเสริญ” ลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ก็ได้มาถึง 25,735 คะแนน เข้ามาเป็นอันดับที่ 3
ส่วนพรรค ปชป.เตรียมส่ง “ผู้การแต้ม” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ได้มา 16,255 คะแนน รั้งอันดับ 4 เมื่อการเลือกตั้งครั้งที่แล้วลงแก้มือ ทวงคืนคะแนนนิยมในพื้นที่กรุงเทพฯของพรรค ปชป.อีกครั้ง หลังจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ปชป.ต้องเจอกับสภาพ “สูญพันธุ์” ในพื้นที่กรุงเทพฯ
นอกจากนี้ยังมีพรรคกล้า ของ “กรณ์ จาติกวณิช” พร้อมส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อมเช็กเรตติ้งในพื้นที่กรุงเทพฯด้วย
อีกทั้งผล “แพ้-ชนะ” การเลือกตั้งซ่อมทั้ง 2 ในจังหวัดภาคใต้ และ 1 เขตใน กทม.จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ของผู้สมัครฯ ทั้งสังกัดพรรคและอิสระ
ตามไทม์ไลน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2565 รวมทั้งจะส่งผลสะเทือนต่อการเลือกตั้งใหญ่ของทุกพรรคด้วย
ว่าจะต้องปรับยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ทำการบ้านกันมากน้อยขนาดไหน ก่อนลงสนามทำศึกกันอีกครั้ง

