‘ไทยภักดี’ เปิดตัว ‘ซีอีโอหนุ่มไฟแรง’ ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.หลักสี่ มั่นใจชนะแน่

26.12.21 | 12:13 น.

‘ไทยภักดี’ เปิดตัว ‘ซีอีโอหนุ่มไฟแรง’ ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.หลักสี่ มั่นใจชนะแน่ โวมีผลงานตรวจสอบ รบ. มากกว่าฝ่ายค้านในสภา พร้อมใช้หัวใจหนุน ‘บิ๊กตู่’ ยกเป็นคนซื่อสัตย์-สุจริต แต่ถ้า รมต.คนใดโกงเจอแน่

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 26 ธันวาคม ที่สำนักงานพรรคไทยภักดี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 9 หลักสี่-จตุจักร (เฉพาะแขวงลาดยาว แขวงจันทรเกษม แขวงเสนานิคม) เชื่อว่าวันนี้ประชาชนเบื่อนักการเมืองและพรรคการเมือง เพราะจากเหตุการณ์สภาล่มทำให้เห็นว่านักการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลไม่ได้ทำหน้าที่ จนประชาชนเบื่อกุ๊ย เบื่อโกง เบื่อพวกกร่างและเบื่อพวกชังชาติ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นักการเมืองท่านหนึ่งสิ้นสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.จึงเป็นโอกาสที่ดี แม้ว่าการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เพียงคนเดียว ไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่การเลือกตั้ง ส.ส.คนเดียวของพรรคไทยภักดีนั้นสำคัญ เพราะจะเป็นพลังต่อการแสดงออกทางอารมณ์ของประชาชนที่เบื่อการเมืองและต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง พรรคไทยภักดียืนยันว่า ส.ส. 1 ที่นั่งในสภาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะมีความซื่อสัตย์และสุจริตต่อประเทศ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะสนับสนุนรัฐมนตรีทุกคน เราต่อต้านรัฐมนตรีที่กระทำผิดและขี้โกงและพร้อมที่จะตรวจสอบ และสามารถพูดได้เต็มปากว่าเราเป็นพรรคการเมืองที่อยู่นอกสภาแต่มีผลงานการตรวจสอบรัฐบาลมากกว่า ส.ส.ฝ่ายค้านทุกพรรค อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการดาวเทียมไทยคม การตรวจสอบพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ และการตรวจสอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตหลักสี่ จึงเป็นจุดสำคัญที่สุดของประเทศ ซึ่งสิ่งที่พรรคไทยภักดีขาด คือโซ่ข้อกลางในการเชื่อมโยงพรรคการเมืองที่อยู่ข้างนอกกับการเอาสาระต่างๆ เข้าสู่ที่ประชุมสภา ถ้าเราได้ ส.ส. 1 ตำแหน่ง ส.ส.คนนี้จะเป็นโซ่เชื่อมข้อมูลข่าวสารที่สำคัญในการทำหน้าที่ในสภาเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีประชาชน ทั้งการปราบโกงอย่างเป็นระบบ การปฏิวัติสังคม ด้านเกษตรกรรม การศึกษา กระบวนการยุติธรรม และการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัล ดังนั้น ขอฝากชาว กทม.ชาวหลักสี่ และประชาชนทุกคน ดูเหมือนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สำคัญ แต่สำคัญมากที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เรากล้าพูดว่าเราเป็นพรรคของประชาชนที่ประกอบด้วยคนทุกกลุ่ม ทุกช่วงอายุที่จะมาทำงานร่วมกัน และคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำลายล้าง เราจึงเห็นพ้องที่จะเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นตัวแทนของพรรคลงสมัครรับเลือกตั้ง คือ นายพันธ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ อายุ 43 ปี นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เคยดำรงตำแหน่งซีอีโอบริษัทหลายบริษัท ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

ด้านนายพันธ์เทพกล่าวว่า ยืนยันว่าตนไม่กุ๊ย ไม่กร่าง ไม่โกง และตนรักประเทศไทย รักชาติ ศาสนา สถาบัน และพระมหากษัตริย์พร้อมที่จะปกป้อง ยืนยันที่จะเข้ามาช่วยทำงานให้กับพรรคไทยภักดี ช่วยทำงานให้ประเทศ ช่วยให้ประชาชนมีชีวิตที่อยู่ดีกินดี รวมทั้งช่วยให้การเมืองที่มีอยู่ทุกวันนี้เป็นการเมืองที่สะอาด ส่วนคุณสมบัติที่เป็นจุดแข็งและมัดใจชาวเขตหลักสี่นั้น ยอมรับว่า สนามการเลือกตั้งนี้แข่งขันสูงแน่นอน แต่ไม่ได้นำไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่มองที่ศักยภาพของตัวเองว่าสามารถจะทำสิ่งดีๆ ให้กับประชาชนชาวหลักสี่และจตุจักรได้แค่ไหน ตนจะไม่บอกว่าจะเปลี่ยนอะไร สิ่งที่ดีอยู่แล้วจะคงไว้ แต่จะทำสิ่งที่ทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น เชื่อว่าประสบการณ์การทำงานที่สร้างธุรกิจและการลงพื้นที่กับ นพ.วรงค์ จะสามารถนำหลักคิด กลยุทธ์ มาทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้นแน่นอน

เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่ เนื่องจากพรรคการเมืองหนึ่งมีการส่งผู้สมัครที่เป็นดารานักแสดงลงเลือกตั้ง นายพันธ์เทพกล่าวว่า ตนมองที่ตัวเองเป็นหลัก ตนสัญญาว่าจะเป็นตัวแทนให้ประชาชน ไม่ได้เป็นตัวแทนให้ใคร จึงมั่นใจด้วยหัวใจว่าจะเข้าไปทำงานให้กับประชาชน

Advertisement

นพ.วรงค์กล่าวเสริมอีกว่า วันนี้ประชาชนไม่เห็นพรรคการเมืองเป็นที่พึ่ง คำว่า “เบื่อกุ๊ย” คือคำพูดจากประชาชนในพื้นที่ เมื่อเลือก ส.ส.แล้วไม่ได้ทำหน้าที่ในสภาเชื่อว่าประชาชนไม่เอา อีกทั้งพรรคเราน่าจะเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่มีกระแสในโซเชียลเรียกร้องให้ส่งผู้สมัคร ดังนั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจว่านี่คือน้ำมันหยดแรกที่จะใส่ไปในหัวใจที่มีไฟลุกโชน ถ้าหยดน้ำมันหยดนี้ของพรรคไทยภักดีลงไป จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งใหญ่ของประเทศในอนาคต เรามั่นใจว่าเราจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ และมั่นใจว่าประชาชนหลักสี่จะนำเราเป็นโมเดลเพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรามั่นใจเพราะตั้งพรรคมาแค่ปีเศษแต่ผลงานมากกว่าพรรคอื่นในสภา

“ถ้าไม่มั่นใจเราจะไม่ส่ง เราตัดสินใจเพราะเรารู้แล้วว่ามั่นใจ ถ้าพูดถึงดาราท่านหนึ่งก็จะเป็นคนที่มีชื่อเสียง แต่ถ้าการเมือง พรรคไทยภักดี เราจำเป็นต้องเข้าไปดูแล ต้องมี ส.ส.ของเราเข้าไปช่วยปกป้องที่คนกลุ่มนี้กระทำอยู่ มั่นใจว่าประชาชนต้องการได้พรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนเพื่อประชาชน คิดเพื่ออนาคตของประเทศ แม้การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ครั้งนี้ จะไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เรา 1 เสียง ยืนยันที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และการสนับสนุนของเราจะเป็นแบบไม่ใช้กล้วย แต่ใช้หัวใจ”