“บิ๊กป้อม” มอบ “มหาดไทย” เป็นหน่วยงานหลักนำพื้นที่สาธารณะประโยชน์กลับคืน สั่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดู “แลนด์มาร์คเจ้าพระยา” หลังประชาชนห่วงระบบนิเวศ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม ที่ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (เดิม) ชั้น 2 อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ การเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จากนั้นเวลา 12.10 น. พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบกแถลงผลประชุมว่า เรื่องการแก้ปัญหาที่ภาครัฐต้องดำเนินการต่อผู้ที่ทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ โดยที่ผ่านมาหลายพื้นที่ของรัฐโดนบุกรุก เช่น ที่ภูทับเบิก ป้อมมหากาฬ รวมถึงปัญหาการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่ง พล.อ.ประวิตร มีความห่วงใยในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่อประชาชน ทั้งเรื่องของกฎหมายที่ต้องดำเนินการไปตามกรอบแนวทาง และการปฏิบัติในพื้นที่ต้องทำด้วยความเหมาะสมกับเหตุการณ์ อย่างกรณีภูทับเบิก เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่บุกรุกพื้นที่หลวง ซึ่งศาลได้มีคำตัดสินว่าเจ้าของรีสอร์ท หรือคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีเป็นผู้ที่บุกรุก รัฐจึงต้องดำเนินการเอาพื้นที่ที่เป็นสาธารณะประโยชน์กลับคืนมา
นอกจากนี้ พล.อ. ประวิตร ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัด และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน นอกจากจะรื้อถอนรีสอร์ทภูทับเบิกตามคำสั่งของศาล ยังต้องพิจารณาการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบในภาพรวมทั้งหมดด้วย และบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่นเดียวกับป้อมมหากาฬ ที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐจำเป็นต้องนำพื้นที่ดังกล่าวกลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร และกองทัพบก ให้ร่วมวางแผนการรื้อถอนให้เป็นไปตามแนวทางที่เหมาะสม การดูแลทุกส่วนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงนำพื้นที่สาธารณะประโยชน์กลับคืนมา ไม่ให้ใครใช้ประโยชน์เพียงลำพัง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการ
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า สำหรับโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีความคืบหน้าในหลายเรื่อง แต่ก็มีเสียงสะท้อนจากภาคประชาชน ซึ่งพล.อ.ประวิตร มีข้อห่วงใยเรื่องเสียงสะท้อนของประชาชนภาคสังคมที่มีความห่วงใยว่าโครงการดังกล่าวจะมีผลกระทบในเรื่องความกว้างของแม่น้ำ ทัศนียภาพ และระบบนิเวศ จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวไปทบทวนไขข้อกังวลของประชาชนในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
“โครงการนี้รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์ในทุกๆ แง่มุม เป็นแลนด์มาร์คทางน้ำของประเทศไทย เป็นภูมิทัศน์ที่สวยงาม ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ อะไรที่ทำให้พี่น้องประชาชนไม่สบายใจ รัฐบาลพยายามหลีกเลี่ยงและแก้ไขเพื่อให้ประชาชนสบายใจ” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าว

