สถานีคิดเลขที่ 12 : กว่าจะมาเป็นเลือกตั้งซ่อมที่ ‘หลักสี่-จตุจักร’ โดย ปราปต์ บุนปาน
ขออนุญาตพาผู้อ่านย้อนไปสำรวจประวัติศาสตร์อันค่อนข้างสลับซับซ้อนของพื้นที่เลือกตั้งในเขตหลักสี่-จตุจักร ตลอดช่วงทศวรรษหลัง
ในการเลือกตั้งปี 2550 หลังรัฐประหาร 2549 ซึ่งเป็นการเลือก ส.ส. ยกพวงสามคน “เขตเลือกตั้งที่ 4” ของ กทม.นั้นประกอบไปด้วยเขตพญาไท บางซื่อ หลักสี่ และจตุจักร
กระแสต่อต้าน “ทักษิณ-ไทยรักไทย” ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมากวาดที่นั่ง ส.ส.กรุงเทพฯ
รวมถึง “เขตเลือกตั้งที่ 4” ซึ่งผู้สมัคร ปชป. คือ “บุญยอด สุขถิ่นไทย” “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” และ “สกลธี ภัททิยกุล” (ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ของเครือข่าย กปปส.) ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 113,280, 111,726, และ 110,413 คะแนน ตามลำดับ
เอาชนะผู้สมัครจากพรรคพลังประชาชนอย่าง “ศุภมาส อิศรภักดี” (อดีต ส.ส.ไทยรักไทย ในปี 2544 และ 2548 ปัจจุบัน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย), เฉลิมชัย จีนะวิจารณะ และ กวี ณ ลำปาง ที่ได้รับเสียงสนับสนุน 96,504, 94,355 และ 88,403 คะแนน
มีนักการเมืองชื่อดังอีกไม่น้อยที่ลงสมัครรับเลือกตั้งใน “เขต 4 กทม.” เมื่อปี 2550 เช่น “ชื่นชอบ คงอุดม” (ต่อมาได้เป็น ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ในปี 2554 ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ) จากพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ซึ่งได้คะแนนเสียง 29,472 คะแนน
ขณะที่ “สุรชาติ เทียนทอง” ผู้สมัครจากพรรคประชาราช (ในยุคหลังหนังสือ “พระราชอำนาจ” ซึ่งกลุ่มการเมืองของ “เสนาะ เทียนทอง” มีรอยปริร้าวกับ “ฝ่ายทักษิณ”) ประเดิมสนามการเมืองโดยได้คะแนนเสียงไป 9,444 คะแนน
นอกจากนี้ “ธนกร วังบุญคงชนะ” โฆษกรัฐบาลคนปัจจุบัน ก็เคยสอบตกในพื้นที่เลือกตั้งดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 2,455 คะแนน จากการเป็นผู้สมัครของพรรคมัชฌิมาธิปไตย
ในการเลือกตั้งปี 2554 ซึ่งกลับมาใช้ระบบวันแมนวันโหวต พื้นที่เขตหลักสี่และจตุจักรจะพัวพันอยู่กับเขตเลือกตั้งสองเขต
เริ่มจาก “เขตเลือกตั้งที่ 9” เขตจตุจักร ซึ่งผู้ชนะการเลือกตั้ง คือ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้คะแนนเสียง 42,352 คะแนน
ส่วน “เขตเลือกตั้งที่ 11” อันประกอบด้วยเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง (เฉพาะแขวงสนามบิน) นั้น ผู้ได้รับเลือกตั้ง คือ “สุรชาติ เทียนทอง” ซึ่งย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทย และได้รับคะแนนเสียงไป 28,376 คะแนน
เอาชนะสองอดีต ส.ส. อย่าง “สกลธี ภัททิยกุล” (ประชาธิปัตย์) และ “ศุภมาส อิศรภักดี” (ภูมิใจไทย) ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนไป 25,704 และ 14,474 คะแนนตามลำดับ
น่าสนใจว่า “สิระ เจนจาคะ” ก็เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตดังกล่าวเมื่อปี 2554 ในฐานะผู้สมัครพรรครักษ์สันติ ทว่ากลับได้รับคะแนนนิยมไปเพียง 2,437 คะแนน
เข้าสู่การเลือกตั้งปี 2562 สนามเลือกตั้ง กทม. มีการตัดแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง คราวนี้ เขตหลักสี่และเขตจตุจักร (ยกเว้นแขวงจตุจักรและแขวงจอมพล) ถูกมัดรวมเป็น “เขตเลือกตั้งที่ 9”
กฎกติกายังกำหนดให้การลงคะแนนเสียงเลือก ส.ส.เขตของพรรคหนึ่ง กลายเป็นการเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นไปในตัว
ผลปรากฏว่า “สิระ เจนจาคะ” ซึ่งลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 34,907 คะแนน เฉือนชนะ “สุรชาติ เทียนทอง” ส.ส.หน้าเดิมจากเพื่อไทย ที่ได้รับเสียงสนับสนุน 32,215 คะแนน
โดยมีผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่และประชาธิปัตย์ได้คะแนนนิยมตามมาเป็นอันดับที่สามและสี่
ข้อมูลจากการเลือกตั้งสามครั้งที่ผ่านมาบ่งบอกว่าไม่มี ส.ส.คนไหน และพรรคการเมืองใดสามารถครอบครองพื้นที่เขตหลักสี่-จตุจักร ได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน
ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะมีการปรับเปลี่ยน/ตัด/แปลงเขตเลือกตั้งกันอยู่ตลอดเวลา
อีกส่วนคงเป็นเพราะว่าเหตุผล/ยุทธศาสตร์ในการลงคะแนนของประชาชนเจ้าของพื้นที่นั้นเปลี่ยนแปลงไปเสมอ
การเลือกตั้งซ่อมใน “เขต 9 กทม.” ณ ช่วงต้นปี 2565 จึงน่าจับตา
ว่าผลคะแนนที่ออกมาจะเปลี่ยนแปลงไปอีกหรือไม่? แค่ไหน? อย่างไร? และเพราะสาเหตุใด?

