“เจษฎ์” ชี้ ฝ่ายกฎหมายสภาฯ สรุปปมวาระ 8 ปี “นายกฯ” ไม่เหมาะสม ต้องให้ศาลรธน.ชี้ขาด

29.12.21 | 13:58 น.

“เจษฎ์” ชี้ ฝ่ายกฎหมายสภาฯ สรุปปมวาระ 8 ปี “นายกฯ” ไม่เหมาะสม ต้องให้ศาลรธน.ชี้ขาด ยัน ยื่นได้ก่อนแม้เรื่องยังไม่เกิด

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมาการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวกรณีที่ฝ่ายกฎหมายสภาผู้แทนราษฎร มีความเห็นประเด็น วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้เริ่มนับเดือนมิถุนายน 2562 ว่า ส่วนตัวคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของฝ่ายบริหารหรือฝ่ายเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเชื่อมโยงกับนายกรัฐมนตรี ไม่ควรมีความเห็นเรื่องนี้ออกมาเป็นทางการ เพราะกรณีนี้สามารถตีความได้ 3 แนวทาง คือ เริ่มนับเดือนสิงหาคม 2557 ตั้งแต่เป็นนายกฯครั้งแรก เริ่มนับ 6 เมษายน 2560 ตั้งแต่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ และเริ่มนับเดือนมีนาคมหรือมิถุนายน 2562 หลังการเลือกตั้ง ดังนั้น จึงไม่ใช่สิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมาแสดงทัศนะหรือระบุความคิดเห็นแบบนี้ได้ มันไม่เหมาะสม ยิ่งมีความเห็นออกมาแบบนี้คนจะคิดได้ว่ามันต้องเป็นแบบนี้หรือไม่ การออกมาเพื่อสนับสนุนนายกฯในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ซึ่งมีความเกี่ยวพันโดยตรงกับเสียงข้างมากในสภาฯหรือไม่ เป็นการชี้นำหรือจะทำให้มีแรงกดดันอะไรหรือไม่ โดยรวมไม่เหมาะสม เพราะหน่วยงานที่จะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดควรเป็นศาลรัฐธรรมนูญ

ส่วนจะสามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวในช่วงเวลานี้ได้หรือไม่ นายเจษฎ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าทางวิชาการและทางปฏิบัติในการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีการควบคุมความชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญได้ 2 ลักษณะ คือ การควบคุมความชอบเชิงนามธรรม และการควบคุมความชอบเชิงรูปธรรม โดยรูปธรรมเรื่องต้องเกิดก่อน ส่วนนามธรรมเรื่องยังไม่เกิด แต่หากปล่อยให้เรื่องนั้นเกิดอาจเกิดความเสียหายที่ไม่สามารถเยียวยาได้ หรือเกิดประเด็นปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น กรณีนี้ต้องยื่นก่อนและศาลรัฐธรรมนูญสามารถรับไว้วินิจฉัยได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือความเสียหายตามมา