“วิษณุ” ยันปม “บิ๊กตู่” นั่งนายก 8 ปีจบที่ศาลรธน. ด้านก.ก.จี้ลาออก-ฮึ่มยื่นอภิปรายเปิดแผลม.ค.นี้
ประเด็นถกเถียงข้อกฎหมายถึงการนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 258 วรรคสี่ ที่ระบุนายกรัฐมนตรีมีวาระดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปีนั้น จะให้เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่เมื่อใดนั้น
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร มีความเห็นระบุการเริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันโปรดเกล้าฯ วันที่ 9 มิถุนายน 2562 ทำให้สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้จนถึง พ.ศ.2570 เพราะใช้กฎหมายย้อนหลังในทางเป็นโทษไม่ได้ว่า ไม่มีอะไรจะพูด เรื่องนี้มาจากสภา ต้องไปถามสภา เพราะไม่ได้ส่งไปให้สภาพิจารณา ถ้าจะส่งต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา
เมื่อถามว่าเหตุผลที่สภาออกความเห็นเช่นนี้ เป็นแนวคิดเดียวกับนายวิษณุใช่หรือไม่
รองนายกฯกล่าวว่า “ไม่ตอบ เป็นเรื่องของสภา สภาในที่นี้ ไม่ใช่สมาชิกรัฐสภา แต่มาจากฝ่ายกฎหมาย อย่าไปโทษสภา เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ไม่ใช่ ส.ส. 500 คน หรือ ส.ว. เขามีสิทธิที่จะทำการบ้านเสนอผู้บังคับบัญชา เขาเห็นแบบนั้นจะถูกหรือจะผิดก็ช่าง ไม่ใช่ประเด็นสำคัญคำวินิจฉัยศาลเป็นคำตอบสุดท้าย
ด้านนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ประเด็นการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านเคยพูดคุยกันเมื่อหลายเดือนที่แล้วเห็นตรงกันว่าในท้ายที่สุดจะเป็นประเด็นปัญหาข้อขัดแย้งทางกฎหมาย ส่งผลต่อการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ขอเรียกร้องว่าถ้านายกฯ ตระหนักถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้เกิดการสืบทอดอำนาจจนเกินไป พล.อ.ประยุทธ์ควรต้องตัดสินใจทางการเมืองก่อนถึงเวลานั้นอาจจะยุบสภา ลาออก หรือวิธีใดๆ ก็สุดแท้แต่ ไม่ควรจะต้องนำพาประเทศไปให้ถึงวันที่จะมีใครยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะจะกลายเป็นประเด็นปัญหาและกลายเป็นตราบาป ที่ขัดหรือแย้งต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ นายกฯและพรรคร่วมรัฐบาลพยายามจะบอกมาตลอดว่ารัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ออกแบบมาเพื่อตัวเอง
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านหารือกันแล้วหรือยังว่าจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญในช่วงใดของปี 2565 นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จะต้องหารือกันอีกครั้ง แต่ขณะนี้เราโฟกัสเรื่องประเด็นการยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ในช่วงเดือนมกราคมก่อน อาจจะเป็นการเปิดแผลนายกฯ จนตัดสินใจลาออกเองก็ได้ แต่หากไม่มีผลคงมาพิจารณากันอีกว่าจะเดินช่องทางไหนต่อ ทั้งนี้ ปัญหาคือข้อเท็จจริงยังไม่เกิด ทำให้ไม่สามารถจะยื่นตีความได้จนกว่าข้อเท็จจริงจะครบถ้วนสมบูรณ์ในทางกฎหมายในเดือนสิงหาคม 2565 ทั้งนี้ ในทางกฎหมายเป็นแบบนี้ก็จริง แต่ในทางการเมืองนายกฯ น่าจะทราบเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 2560 ดีกว่าใคร โดยจะยกหูหาถามนาย มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างธรรมนูญ (กรธ.) ก็ได้ว่าเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร

