‘บิ๊กโด่ง’ถก’คปต.ส่วนหน้า’นัดแรก ลั่นทุกคนมีประสบการณ์ หวังแก้ใต้ให้ดีที่สุด ขอประเมินผลทุก 3 เดือน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะผู้แทนพิเศษของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ส่วนหน้า เป็นประธานการประชุม คปต.ส่วนหน้านัดแรก โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้า คปต.ส่วนหน้า พล.อ.อักษรา เกิดผล อดีต เสธ.ทบ.และหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพภาค (มทภ.) ที่ 4 พล.อ.สกล ชื่นตระกูล อดีต มทภ. 4 พล.อ.ปราการ ชลยุทธ อดีต มทภ.4 พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ อดีต มทภ.4 พล.อ.จำลอง คุณสงค์ อดีตรอง มทภ.4 พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ อดีตรอง มทภ.4 พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ อดีตผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายจำนัล เหมือนดำ อดีตรองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายพรชาต บุนนาค อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายภาณุ อุทัยรัตน์ อดีตเลขานุการ ศอ.บต.ในฐานะเลขาธิการ คปต.ส่วนหน้า เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อวางความเข้าใจงานที่ได้รับจากรัฐบาล โดยจะยึดถือกลุ่มงานที่ คปต.เดิมได้วางไว้ 7 กลุ่มงาน ซึ่งทั้ง 13 คนจะช่วยกันดูว่าใครควรดูอะไรเป็นการเฉพาะ รวมถึงแต่ละคนสามารถให้ความคิดเห็นในด้านอื่นๆ ได้ด้วย โดยการทำงานร่วมกันเป็นคณะต้องมีความเข้าใจเรื่องระบบในการปฏิบัติงานต่างๆ ทั้งระบบการรายงาน การปฏิบัติบางอย่างที่มีอยู่ในคำสั่ง คสช. ซึ่ง คปต.ส่วนหน้าจะไม่ได้ดำเนินการในรูปแบบการสั่งการส่วนราชการในพื้นที่ แต่จะเป็นส่วนช่วยประสานการขับเคลื่อน แนะนำพร้อมทั้งเน้นการประสานงานเชื่อมต่อบูรณาการการทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับรัฐบาล กระทรวงต่างๆ ที่เป็นส่วนกลางและส่วนปฏิบัติงาน คปต.ส่วนหน้า จะตั้งใจช่วยกันพยายามทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด คณะผู้แทนชุดนี้จะมีนายภาณุ เป็นเลขาธิการคปต.ส่วนหน้า ขณะที่การดำเนินงานตามแผนงานปี 2560 และงานต่างๆ ที่กำหนดไว้แล้ว เช่น เมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทางคปต.ส่วนหน้าจะพยายามทำให้สำเร็จ และให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสงบมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในรอบปีต่อไป

พล.อ.อุดมเดชกล่าวต่อว่า สำหรับงบประมาณนั้นทางสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลเรื่องการใช้งบประมาณ แต่สำหรับคณะทำงานในส่วนของคปต.ส่วนหน้าที่นอกเหนือจาก 13 คน จะเป็นเจ้าหน้าที่จาก สมช.โดยเรื่องงบประมาณมีสำนักงาน สมช.ดูแลภาพรวม นอกจากนี้ ยังมีส่วนทหารและส่วนราชการอื่นๆ แต่คนจะไม่ได้มีจำนวนมาก เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความพะรุงพะรัง อีกทั้งการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องลับ เป็นงานที่เปิดเผยให้ประชาชนทุกคนที่ต้องการทราบความก้าวหน้า คปต.ส่วนหน้าทั้ง 13 คน สามารถชี้แจงสิ่งต่างๆ ได้ โดยทั้งหมดจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และใช้พื้นที่ที่มีอยู่ภายในค่ายพระสุริโยทัย สถานที่ตั้งกองพลทหารราบที่ 15 จ.ปัตตานี เป็นสำนักงานเพื่อเป็นฐานรวบรวมและสรุปข้อมูล
“สิ่งใดที่ทำดีอยู่แล้วก็สนับสนุนผลักดันต่อไป แต่หากพบว่างานใดช้าก็จะเข้าไปดูแลและพูดคุยถึงปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ทั้งนี้ ทาง คปต.ส่วนหน้าจะรวบรวมข้อมูลต่างๆ ทุกสัปดาห์ และจะประเมินการทำงานทุกรอบ 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี จะพยายามทำให้ดีที่สุด ส่วนที่บางคนมีข้อคิดเห็นว่านำคนที่เกษียณอายุราชการมาทำงานแล้วจะสำเร็จได้หรือไม่นั้น ทุกคนมีประสบการณ์ในพื้นที่ และมีความรู้ความสามารถ” พล.อ.อุดมเดชกล่าว

