‘อรรถวิชช์’ ตอบ ‘สมศักดิ์’ ยันคณะกรรมการกลั่นกรองม.112 ยุครบ.อภิสิทธิ์ ใช้งานได้จริง หลายคดีถูกสั่งไม่ฟ้อง ย้ำ แก้112 ตอนนี้ไม่มีประโยชน์ หวั่นยิ่งขัดแย้งไปใหญ่
เมื่อวันที่ 3 มกราคม กรณี นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการผลักดันข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการดำเนินคดีม.112 โดยมีผู้แทนจากหลายภาคส่วน ทั้งจากตำรวจ อัยการ นักวิชาการนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เพื่อมาเป็นที่ปรึกษาในการดำเนินคดี ม.112 เพื่อให้เกิดความรอบคอบและไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยล่าสุดหลังยื่นข้อเสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ส่งเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ได้ลงนามเห็นชอบแล้ว นายอรรถวิชช์ ระบุว่า
“วันนี้มีความคืบหน้าใน “ทางออก” ที่ผมได้เสนอไว้ตอนที่ดีเบต ม.112 กับคุณปิยะบุตร เมื่อ 5 พ.ย.64 ระหว่างดีเบตผมย้ำหลายรอบถึง “ทางออก” ตลอดรายการว่า สถานการณ์อย่างนี้ ม.112 ไม่ควรแก้ไขอย่างยิ่ง โดยมีวิธีทำให้ชัดเจนได้ว่า กรณีใดเข้าข่ายผิด หรือไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งเคยปฏิบัติกันมาแล้วด้วย คือการตั้ง “กรรมการกลั่นกรองคดี ม.112” ถ้ากรณีไหนมีแนวปฏิบัติว่าไม่เข้าข่ายก็ปล่อยเลย อันไหนชัดเจนว่าเข้าข่ายก็ดำเนินคดีไป ผมทำทันที คือ 8 พ.ย.64 เข้ายื่นหนังสือและเข้าหารือตรงกับ รมต.ยุติธรรม ผมย้ำชัดยืนหยัดปกป้องและคงไว้ซึ่งหลักการคุ้มครองประมุขแห่งรัฐ ไม่ให้มีการแก้ไขหรือยกเลิกม.112 ทั้งสิ้นโดยให้ตั้ง “คณะกรรมการกลั่นกรองคดี” บ่ายเมื่อวาน รมต.ยุติธรรม สมศักดิ์ เทพสุทิน ได้แจ้งกลับมาแล้วครับว่า… ทางกระทรวง “เห็นด้วยในหลักการที่จะตั้งคณะกรรมการฯ” จากที่เลขาธิการพรรคกล้าได้มีจดหมายเรียกร้องกับกระทรวงยุติธรรม และได้แจ้งท่านนายกฯ แล้ว ซึ่งท่านนายกฯ ก็ลงนาม “เห็นชอบ” ด้วยเช่นกัน ก้าวแรกสำเร็จแล้ว ส่วนก้าวต่อไปฝากรัฐบาลด้วย ความตอนหนึ่งของพรปีใหม่ 2565 ที่ในหลวงพระราชทานให้คนไทยน่าเก็บมาคิดครับ “ความรักสามัคคี ความอดทน และความเข้าใจปัญหา จะพาให้เราผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลาย”
ต่อมา นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการประวัติศาสตร์ อดีตอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ลี้ภัยทางการเมืองอยู่ประเทศฝรั่งเศส ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงนายอรรวิชช์ โดย ระบุว่า
คุณอรรถวิชช์ จากพรรคกล้า เอาเรื่องที่รัฐบาลตั้งกรรมการชุดหนึ่งเพื่อกลั่นกรองผู้ต้องหา 112 ก่อนตัดสินใจฟ้องหรือไม่ มาโฆษณาเสียใหญ่โต บอกตรงๆว่า เสียเวลาเปล่าครับ “คณะกรรมการ” แบบที่ว่าที่มีตั้งแต่สมัยอภิสิทธ์เป็นนายกฯ ก็ไม่ช่วยอะไรขึ้นมา ความจริงคุณอรรถวิชช์และใครต่อใครในพรรคกล้า (หรือประชาธิปัตย์) ควรตระหนักว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนี้ ที่แก้ไขให้เข้มข้นขึ้น เกิดขึ้นหลังการโค่นอำนาจพรรคประชาธิปัตย์ มีขึ้นเพื่อปกป้องสิ่งที่ไม่ชอบธรรม สมควรยกเลิกเสีย แบบเดียวกับญี่ปุ่นที่ยกเลิกไป
คุณอรรถวิชช์และใครต่อใครในพรรคกล้า (และประชาธิปัตย์) สมควรฟังและคิดให้ดี ถึงสิ่งที่คุณกษิต ภิรมย์พูดไว้เมื่อ 10 ปีก่อน และทำตัวให้สมกับชื่อพรรคของตน
ทำให้นายอรรถวิชช์ เขียนข้อความตอบกลับ นายสมศักดิ์ ระบุว่า
เรียน อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผมยืนยันว่า ม.112 ไม่ควรแก้ครับ การตั้ง “กรรมการกลั่นกรองคดี 112” เหมาะสมกับสถานการณ์ เป้าหมายเราอาจต่างกัน ลองฟังเหตุผลเพื่อส่วนรวมดูครับ
1. แก้ ม.112 ตอนนี้ยิ่งจะไปกันใหญ่ กว่าครึ่งของการกล่าวโทษดำเนินคดีคือประชาชนที่รักสถาบัน ไม่ใช่รัฐ ถ้าไม่รักษากฎหมายไว้ จะตีกันยกใหญ่อีก และวงจรรัฐประหารเดิมๆ ก็มาอีก มันวนกันแบบนี้ไม่จบสักที
2. เคยมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองม.112 มาแล้วยุคนายกอภิสิทธิ์ ที่มีการชุมนุมเสื้อแดง และถูกยกเลิกไปยุคนายกยิ่งลักษณ์ โดยช่วงที่มีกรรมการกลั่นกรองนั้น มีคดีสำคัญที่ถูกสั่งไม่ฟ้องชั้นสอบสวนพอสมควรเลย และโชคดีที่มันไม่บานปลายไปต่อให้ต้องเดือดร้อนอีกหลายคน เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการก็ทำงานได้สะดวกขึ้นด้วย
3. ป้องกันการไขข่าวต่อ จากการพูดเพียง “ครึ่งเดียว” จากนักวิชาการที่ชำนาญ คนสอนรอด คนฟังที่ไปพูดต่อต้องติดคุก เห็นใจพ่อแม่ เห็นใจน้องๆ ครับ
4. มีความเสมอภาค เสรีภาพ แล้ว ต้องอย่าลืม “ภราดรภาพ” ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนะครับอาจารย์
พรปีใหม่ของในหลวง ร.10 ปีนี้ ตอนหนึ่งน่าคิดครับ “ความรักสามัคคี ความอดทน และความเข้าใจปัญหา จะพาให้เราผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลาย” การเมืองสร้างสรรค์มันทำได้ครับ

