09.00 INDEX สัญญาณ เครือข่าย กปปส. เปิดศึก จากเลือกตั้งชุมพร ถึงจตุจักรหลักสี่
ความลึกซึ้งจากกรณีมีการส่งทหารจำนวนกว่า 100 คน ลงไปในพื้นที่เขตเลือกตั้งซ่อมที่ 1 ชุมพร มิได้อยู่ที่การปะทะกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐ
หากแต่อยู่ที่ตัวละครอย่าง นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย ออกมาปะทะกับตัวละครอย่าง นายสาธิตย์ วงศ์หนองเตย
แม้ นายสาธิตย์ วงศ์หนองเตย จะเคลื่อนไหวในฐานะที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ หากแต่สิ่งที่มีการยกขึ้นมาเน้นย้ำคือ คืนความเป็นธรรมให้กับ “ลูกหมี”
คำว่า “ลูกหมี” ในที่นี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก นายชุมพล จุลใส ซึ่งมีข่าวสะพัดดังจากพรรคพลังประชารัฐว่า มีแนวโน้มจะยกทีมเข้าไปซบกับพรรคพลังประชารัฐอย่างต่อเนื่อง
แต่แล้วเมื่อข่าวลือที่ปล่อยออกมาไม่ปรากฏเป็นจริงจึงนำไปสู่การกลับมติพรรคพลังประชารัฐ ส่งคนของตนลงชิงชัยกับ “ลูกหมี”
การชนระหว่าง “ลูกหมี” กับพรรคพลังประชารัฐจึงแหลมคม
เป็นความแหลมคมที่ข้างหลัง “ลูกหมี” มิได้มีแต่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย หากยังมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เด่นชัด
กรณีของทหารกว่า 100 คน ที่เข้าไปในพื้นที่เขต 1 ชุมพร จึงไม่เพียงเป็นการสำแดงพลานุภาพอันเหมือนกับเป็นการข่มขู่โดยตรงไปยัง นายชุมพล จุลใส หากแต่หมายถึงพรรคประชาธิปัตย์
ยิ่งกว่านั้น “ปฏิกิริยา” อันสะท้อนออกจากพรรคประชาธิปัตย์ยังดำเนินไปอย่างสลับซับซ้อนเป็นพิเศษในทางการเมือง
เพราะนี่คือการดุนหลัง นายชุมพล จุลใส ออกปะทะอย่างตรงตัวไปยังพรรคพลังประชารัฐ อันครอบคลุมไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างมิอาจปฏิเสธได้
คำถามอยู่ที่ว่าเมื่อออกโรงโดย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และผ่านความเห็นชอบจาก นายชุมพล จุลใส เช่นนี้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะนิ่งเฉยไม่ร้อนหนาวได้ละหรือ
ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนของพรรคไทยภักดี ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนของพรรคกล้า เพื่อสัประยุทธ์กับเครือข่ายของพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่จตุจักร หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
ไม่อาจแยกออกจากที่ “ปะทุ” ขึ้นในชุมพร เขต 1 ไปได้
ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการต่อสู้กันเองระหว่างคนในเครือข่าย “กปปส.” ด้วยกันเองอย่างเด่นชัด
โดยมีพรรคพลังประชารัฐเป็นจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อน

