หัวหน้า พท. โทร.เคลียร์ ‘พัลลภ’ แล้ว ยันยังเป็นสมาชิกพรรคตลอดชีพ

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เผย โทรเคลียร์ ‘พัลลภ’ แล้ว ยันยังเป็นสมาชิกพรรคตลอดชีพอยู่ ชี้ใครปลดไม่ได้ ถ้าไม่เข้าข่ายความผิด เตรียมกราบเชิญมาช่วยพรรค แจงไม่เกี่ยวคนไกล จวกเจตนาคนร้องหวังยุบพรรค

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 4 มกราคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค แถลงชี้แจงกรณี พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตที่ปรึกษานายกฯ และอดีตนายทหารยังเติร์ก กล่าวถึงตนและพรรค พท.ว่า เนื่องจากมีผู้ร้องไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มาสอบข้อเท็จจริง ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายพรรคการเมืองที่เป็นเหตุให้ยุบพรรค พท.ได้หรือไม่ จากกรณีคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.พัลลภ จากนั้นมีข่าวเผยแพร่คำสัมภาษณ์ของท่าน และมีการขยายผลออกไปจนมีการร้องดังกล่าว ทำให้ตนต้องมาแถลงข้อเท็จจริง

โดยในเนื้อข่าวมีการพูดถึงการปลดท่านออกจากสมาชิกพรรค พท. และอ้างเหตุจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค พท.เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ไปจัดที่ จ.ขอนแก่น โดยอ้างว่าถูกปลดออกจากสมาชิกและไม่ได้เข้าร่วมประชุม ไปตรวจสอบรายชื่อแล้วถูกลบชื่อออก

(ชมคลิป)

จึงขอเรียนว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคเป็นการประชุมใหญ่ที่เกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดของการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งปกติเราจะประชุมไม่เกินเดือนเมษายนของทุกปี แต่เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงทำให้ต้องเลื่อนการประชุมออกไป และไม่สามารถจัดงานในพื้นที่สีแดงและสีแดงเข้มได้เพราะมีข้อจำกัดเรื่ององค์ประชุม จ.ขอนแก่นในช่วงเดือนตุลาคมจึงเป็นสถานที่ที่สามารถจัดการประชุมและมีองค์ประชุมได้ตั้งแต่ 500 คน แต่ไม่เกิน 1,000 คน ได้ จึงเป็นเหตุที่ต้องไปจัดที่ จ.ขอนแก่น

โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนั้นมีอยู่ 2 เรื่องหลัก คือ การประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่ต้องทำเป็นวาระประจำและเรื่องการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในพรรค ฉะนั้น จำนวนสมาชิกที่เชิญเข้าไปประชุมต้องเป็นไปตามข้อบังคับของพรรค ซึ่งระบุชัดเจนว่าต้องเป็นคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด หัวหน้าสาขาพรรค ตัวแทนสมาชิกพรรค อย่างละเท่าไร ซึ่งได้มีการเชิญคนเข้าร่วมประชุมทั้งหมด 509 คน โดยส่วนใหญ่จะเป็น ส.ส. และต้องเชิญสมาชิกที่ไม่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ฉะนั้น การเชิญครั้งนี้จะมีผู้อาวุโสของพรรคหลายคนที่ไม่ได้เชิญไป โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 80 ปีขึ้นไป เนื่องจากสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด

“เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหตุให้ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ซึ่งได้อ้างกับสื่อว่าให้ตัวแทนไปตรวจสอบดูและตัวแทนของท่านกลับมารายงานท่านว่าได้ถูกลบชื่อออก ซึ่งการลบชื่อออกจากที่ประชุมนั้นไม่เป็นความจริง เพราะเราเชิญเฉพาะคนที่สามารถเข้าร่วมประชุมได้จริงๆ และสิ่งที่ท่านกล่าวอ้างกับสื่อว่าท่านถูกปลดออกจากสมาชิกพรรค เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะ พล.อ.พัลลภ ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแบบตลอดชีพอยู่ หมายเลขสมาชิก P103820422 และจ่ายค่าสมาชิกตลอดชีพเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 ฉะนั้น สิ่งที่ท่านบอกว่าถูกปลดก็เป็นสิ่งที่ท่านเข้าใจจากคนที่ไปแจ้งท่านว่าถูกเอาชื่อออกจากที่ประชุม” นพ.ชลน่านกล่าว

ส่วนที่มีการกล่าวว่า มีการพูดคุยทางโทรศัพท์ กล่าวอ้างถึงบุคคลภายนอกสั่งปลดและมีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง ตนระมัดระวังเรื่องนี้มากเพราะพรรคเราถูกจ้อง ดังนั้น การจะพูดคุยทางโทรศัพท์ว่าคนแดนไกลหรือคนนอกสั่งปลด เมื่อดูจากข้อเท็จจริงก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะไม่มีการปลดกัน ส่วนที่ พล.อ.พัลลภเคยกล่าวอ้างว่าเคยช่วยเหลือตนนั้นเป็นเรื่องจริง โดยในการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 เป็นช่วงที่วิกฤตมาก ตนได้รับความเมตตาจากท่านซึ่งเป็นเรื่องจริง

ส่วนที่มีบุคคลไปร้องกับ กกต.ว่าการกระทำตามที่ พล.อ.พัลลภกล่าวอ้างในสื่อและพาดพิงถึงชื่อตน เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองหรือไม่ ซึ่งขอฝากไปยังผู้ร้องแม้เจตนาร้องเพื่อให้สอบข้อเท็จจริง แต่ท่านมีเจตนายุบพรรค พท. ซึ่งกฎหมายพรรคการเมืองก็คุ้มครองพรรคอยู่ หากท่านร้องเท็จ เราจะพิจารณาว่าจะต้องดำเนินการอะไรตามกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่ ทั้งนี้ การมาบอกว่าบุคคลภายนอกมาชี้นำพรรค ซึ่งไม่เป็นความจริง เจตนาของท่านร้องเท็จ ยืนยันว่ากรรมการบริหารพรรคไม่เคยยินยอมให้บุคคลภายนอกมาสั่งมาชี้นำ ครอบงำให้ปลดคนนั้นคนนี้ ซึ่งกระทำไม่ได้อยู่แล้ว และการกระทำนี้สามารถพิสูจน์จากการกระทำได้จริง เพราะกรรมการบริหารพรรคทำงานแบบเป็นอิสระ ไม่ถูกครอบงำ ชี้งำใดๆ โดยสรุปเมื่อไม่มีการปลด จะไปร้องว่ามีการกระทำเกิดขึ้นมิได้

“ผมยังรักและเคารพ พล.อ.พัลลภ พร้อมไปกราบท่านเพื่อทำความเข้าใจและเรียนชี้แจงท่าน ซึ่งเมื่อวานผมได้โทรศัพท์ต่อสายถึงท่านเป็นครั้งแรก และได้พูดคุยในหลายประเด็นและเรียนชี้แจงท่านในเรื่องที่เกิดขึ้น ได้พูดถึงความสำคัญของท่านต่อพรรค และพร้อมที่จะไปกราบขอให้ท่านเข้ามามีส่วนร่วมเข้ามามีโอกาสทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับพรรค แต่ช่วงนี้ท่านบอกว่าท่านมีข้อจำกัดเรื่องของคนที่จะไปเยี่ยมเพราะมีเรื่องของโควิดที่ท่านจะต้องกักตัว และจากการพูดคุยกัน ผมได้ชี้แจงท่านเรื่องที่ไม่ได้ถูกปลดจากสมาชิกแล้ว ซึ่งท่านเข้าใจ” นพ.ชลน่านกล่าว และว่า ตนไม่ได้สอบถามกรณีที่ท่านให้สัมภาษณ์สื่อออกไป เพราะจะถือเป็นการละลาบละล้วง แต่มูลเหตุอาจมาจากพอมีคนรายงานว่าท่านถูกลบชื่อ ทำให้ท่านเข้าใจผิดได้

เมื่อถามถึงกรณีของนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่มีผู้ร้องลักษณะเดียวกัน นพ.ชลน่านกล่าวว่า ผู้ร้องกลัวโดนกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 110 เลยหลีกเลี่ยงให้ กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายหรือไม่ แต่เจตนาของท่านทำให้เราถูกสอบและทำให้เราเดือดร้อน เจตนาแปลเป็นอื่นไม่ได้ โดยทั้งสองกรณีใกล้เคียงกัน มีการกล่าวถึงบุคคลภายนอกซึ่งบุคคลภายนอกท่านนี้ ทุกคนรู้ว่าท่านเป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย และอยู่ต่างประเทศ ซึ่งการแสดงออกของท่านเหมือนเป็นเชิงสัญลักษณ์ แต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ใครอยากคุย อยากพูดเกี่ยวกับพรรค พท. ท่านรักคนไทย รักพรรค พท. ท่านก็ย่อมพูดถึงพรรคได้

คำพูดถึงนั้นคนก็เอาไปตีความว่าเป็นการชี้นำ ครอบงำทั้งๆ ที่ต้องไปดูองค์ประกอบว่ากรรมการบริหารพรรคนั้นยินยอมให้มีการกระทำนั้นหรือไม่ แต่ผู้ร้องพอได้ยินก็เอาไปร้องซึ่งกรณีนายวิฑูรย์ที่เอาไปพูดแบบนั้น พูดได้เลยว่าการเข้าพรรค พท.เป็นศูนย์ หากรับเขามาก็ครบองค์ประกอบ พูดได้เลยว่าตนไม่ยอม ทั้งนี้ การกล่าวหาเป็นสิทธิแต่คุณก็กำลังละเมิดสิทธิพรรค พท.เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้เรียกเราไปชี้แจง หากเรียกเราก็พร้อม ฝ่ายกฎหมายเราเตรียมข้อมูลพร้อม เรามั่นใจว่าไม่ได้เข้าข่ายกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 28 ซึ่งเราไม่เคยยอมให้ใครเข้ามาครอบงำ ชี้นำ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon