สงคราม ตัวแทน ‘มวลมหา’ ประชาชน สงคราม ‘กปปส.’

5.01.22 | 13:00 น.

คอลัมน์หน้า 3 : สงคราม ตัวแทน ‘มวลมหา’ ประชาชน สงคราม ‘กปปส.’

สถานการณ์เลือกตั้ง “ซ่อม” ไม่ว่าจะเป็นที่เขต 1 ชุมพร ไม่ว่าจะเป็นที่เขต 6 สงขลา ไม่ว่าจะเป็นที่เขต 9 จตุจักร หลักสี่

ก่อให้เกิดการแยกและ “แตกตัว” ทางการเมือง

เห็นได้จากการปรับทัพภายในพรรคไทยภักดีดึง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช มาเป็นหัวหน้าพรรคและการตั้ง นายทินกร ปลอดภัย เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง

ชื่อ นายทินกร ปลอดภัย ย่อมโยงไปยัง นายถาวร เสนเนียม

เป็น นายถาวร เสนเนียม ที่ประกาศตัวเป็นกลางท่ามกลางการต่อสู้ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐ ในเขต 6 สงขลา

Advertisement

เป็น นายถาวร เสนเนียม ที่เคยเป็น “แกน” แห่ง กปปส.

ยิ่งมองลึกลงไปภายในการต่อสู้เพื่อเอาชนะในการเลือกตั้งซ่อมที่เขต 1 ชุมพร ยิ่งคึกคักด้วยการส่งกำลังทหารกว่า 100 คนลงไป

นำไปสู่ข้อเรียกร้อง ให้คืนความเป็นธรรมแก่ “ลูกหมี”

ไม่ว่ามองผ่านไปยังภายในพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่ามองผ่านไปยังภายในพรรคไทยภักดี ไม่ว่ามองผ่านเข้าไปภายในพรรคกล้า

ล้วนมี “ประชาธิปัตย์” สอดแทรกอยู่

เป็นการสอดแทรกในลักษณะที่ไม่เพียงเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ หากแต่ยังเป็นพรรคประชาธิปัตย์ในบทของ “กปปส.”

อย่าถามว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม มาจากไหน

อย่าถามว่า นายถาวร เสนเนียม มีบทบาทอยู่ในมวลมหาประชาชนเคียงบ่าเคียงไหล่อยู่กับ “ลูกหมี” ลึกซึ้ง
แนบแน่นเพียงใด

อย่าถามบทบาทของ นายกรณ์ จาติกวณิช

เพราะเมื่อถามบทบาทของ นายกรณ์ จาติกวณิช ก็จะสัมผัสได้ในการห้อยนกหวีดลงไปบนท้องถนนเหมือน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

รวมถึงสายสัมพันธ์ของ นายสกลธี ภัททิยกุล

ถึงแม้ว่าในการเลือกตั้งซ่อม เขต 1 ชุมพร เขต 6 สงขลา ตลอดจนเขต 9 จตุจักร หลักสี่ จะมีคนของพรรคก้าวไกลเสนอตัวเข้ามา

แต่ด้านหลักยังเป็นเรื่องของ “กปปส.”

เป็นเรื่องของ กปปส.ในเขต 1 ชุมพร ที่ต้องการทำสงครามสั่งสอนให้กับคนของตระกูล “จุลใส” เพื่อเรียกร้องคำมั่นสัญญา

จึงต้องมี นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย ร่วมอยู่ใน “ฉาก”

เป็นเรื่องของ กปปส.ในเขต 9 จตุจักร หลักสี่ ที่พรรคไทยภักดีและพรรคกล้าต้องการให้คนของตนเข้าไปอยู่ในตำแหน่งผู้ชนะ

ความหมายคือโค่นฐานกำแพง นายสิระ เจนจาคะ

ตั้งแต่สงขลา มาชุมพร ยันจตุจักร หลักสี่ จึงกลายเป็นการปะทะระหว่างคนของพรรคประชาธิปัตย์กับคนของพรรคพลังประชารัฐ

เป็นการสู้รบขนาด “ย่อย” ก่อนการสู้รบขนาด “ใหญ่”

ถึงแม้จะมีคำประกาศการอยู่จนครบเทอมหลังเดือนมีนาคม 2566 อย่างหนักแน่นและจริงจังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แต่ก็มีน้อยคนที่จะเชื่อ

ยิ่งโหมดแห่ง “การเลือกตั้ง” ดาหน้าเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่าเพียงใด ความร้อนแรงของสถานการณ์ยิ่งฉายชัด

ฉายชัดว่าไม่น่าจะเกินปี 2565 แน่นอน