‘เลขาฯสกสค.’ ยื่นหนังสือถึง ‘บิ๊กตู่’ ค้านเกณฑ์ประเมินผลไม่เป็นธรรม ห่วงธรรมาภิบาลใน ศธ.

5.01.22 | 17:12 น.

‘เลขาฯสกสค.’ ยื่นหนังสือถึง ‘นายกฯ’ ค้านเกณฑ์ประเมินผลไม่เป็นธรรม เผยห่วงธรรมาภิบาลในกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)​เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีคัดค้านเกณฑ์ที่จะใช้ในการประเมินการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค.ที่ส่อไม่เป็นธรรม

นายธนพรเปิดเผยว่า เหตุที่ต้องมาร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้เนื่องจากเคยร้องคัดค้านถึงความไม่เป็นธรรมของเกณฑ์ประเมินต่อคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (บอร์ด สกสค.) ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงจำเป็นต้องมาร้องขอความเป็นธรรมกับนายกฯ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกระทบหลักการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาลที่นายกฯให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกับหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติ ต้องดูแลเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของประเทศ

นายธนพรกล่าวว่า ที่ผ่านมาบอร์ด สกสค.มีมติ​ที่ส่อถึงความผิดปกติหลายครั้ง โดยเปลี่ยนแปลงมติกลับไปกลับมาว่าจะใช้เกณฑ์แบบใดในการประเมิน ก่อนจะมีมติให้เกณฑ์การประเมินล่าสุดเป็นที่ยุติ ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกประเมินได้มีโอกาสคัดค้านหากเกณฑ์ประเมินยังคงไม่เป็นธรรม ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในระบบราชการ ถือเป็นการละเมิดสิทธิของตนเองที่มีสิทธิจะไม่ยอมรับกระบวนการที่ไม่เป็นธรรมดังกล่าว จึงจำเป็นต้องร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้

“เกณฑ์การประเมินการทำงานของเลขาธิการ สกสค.ที่บอร์ด สกสค.ถือเป็นข้อยุติ และห้ามคัดค้านเป็นเกณฑ์ที่ไม่สามารถผ่านการประเมินได้​ตั้งแต่ยังไม่ได้ทำการประเมิน เพราะแม้ทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. ซึ่งได้อนุมัติ​จากบอร์ด สกสค.แล้ว จะได้คะแนนเพียงร้อยละ 60 ซึ่งถ้าจะผ่านการประเมินกลับต้องได้คะแนนรวมถึงร้อยละ 65 ขึ้นไป

Advertisement

“รวมทั้งเกณฑ์​ประเมินก็ถูกกำหนดขึ้นหลังที่ได้ปฏิบัติ​งานเสร็จภารกิจตามระยะเวลาของการประเมินไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถย้อนกลับมาทำตามเกณฑ์​ใหม่ได้ ตลอดจนมีการนำหัวข้อด้านสมรรถนะผู้บริหารที่ใช้ดุลพินิจของบุคคล คือกรรมการประเมินในการให้คะแนนโดยปราศจากตัวชี้วัดที่เป็นวิทยาศาสตร์ และไม่ได้กำหนดไว้ในสัญญาจ้างและแผนปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค.มาใช้เป็นตัวชี้วัดในการประเมินอีกด้วย” นายธนพรกล่าว

นายธนพรกล่าวต่อว่า เมื่อเกณฑ์ประเมินยังเป็นไปในลักษณะไม่เป็นธรรมเช่นนี้ ย่อมไม่สามารถร่วมประเมินได้ และขอยืนยันว่าจะไม่เข้ารับการประเมิน ทั้งที่ความเป็นจริงได้จัดทำเล่มผลงานของเลขาธิการ สกสค.ไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยากเข้าสู่กระบวนการประเมิน เพราะมั่นใจในผลงานกว่า 1 ปีที่ผ่านมาในฐานะเลขาธิการ สกสค.ว่าได้ทำงานตามแผนงานและยุทธศาสตร์ รวมทั้งนโยบายโปร่งใส ทันสมัย ใส่ใจบริการที่วางไว้