นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กแฟนเพจ Somsak Prissananantakul ถึงกรณีครบรอบ 40 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา และ ความเห็นถึงสถานการณ์ปัจจุบันระบุว่า
40 ปี 6 ตุลาคม ลืมไม่ได้ จำไม่ลง แม้นวัน เวลา จะผ่านมาเนิ่นนาน แต่ดูเหมือนบาดแผล ในหัวใจของผม และของผู้คนร่วมสมัยจะยังไม่เลือนหายไป มันเป็นบาดแผลที่กรีดลึกในจิตวิญญาณจริงๆ
เสียเพื่อนแล้วยังต้องกลายเป็นคนผิด ถูกป้ายสีว่าเป็น”คอมมิวนิสต์” ที่มุ่งจะล้มล้างสถาบันและการปกครอง ต้องระหกระเหินจากบ้านสู่พนาเพื่อรักษาชีวิตและอิสระภาพ มันเป็นความรู้สึกที่”ลืมก็ไม่ได้ จำก็ไม่ลง”จริงๆครับ ผมจะไม่รื้อฟื้นเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว เพื่อหาตะเข็บให้ใครมาต่อว่าได้ผมเพียงแต่ต้องการ
1 ให้รัฐ สรุปบทเรียนจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มาเร่งสร้างความสมานฉันท์ ให้กับสังคมไทย อย่าแยกสี แบ่งฝ่าย จนกลายเป็นแบ่งแยกแล้วปกครอง เช่นเหตุการณ์6 ตุลาคม2519
2 หาคนที่สั่งเข่นฆ่าประชาชนในวันนั้นมาเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้ 3. ครอบครัวของประชาชน นิสิต นักศึกษา ที่ได้รับผลกระทบ จากการสูญเสีย จะต้องได้รับการเยียวยา เพราะจนถึงบัดนี้แล้วครอบครัวของผู้สูญเสีนเหล่านั้น ยังไม่ได้รับการเยียวยา 4. อย่าปิดกั้น สิทธิ เสรีภาพทางวิชาการในสถานศึกษาและของประชาชน เสรีภาพทางวิชาการคือลมหายใจของระบอบประชาธิปไตยครับ
ปรากฏการณ์ “โจซัว หว่อง”ที่ถูกปิดกั้นกับกิจกรรมทางวิชาการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะรัฐศาสตร์ ที่อนุญาตให้ นิสิตจัดปาฐกถา “40ปี6ตุลา คนรุ่นใหม่มองอนาคต”ต้องไม่เกิดขึ้นอีก
เพราะปรากฏการณ์ตรั้งนี้ ประเทศไทยถูกมองด้วยสายตาที่ดูแคลนของประชาคมโลกว่าเราเป็นเพียงเบี้ยคว่ำด้อยค่า ที่มหาอำนาจบางประเทศหยิบมาเดินบนกระดานหมากรุกโลกเท่านั้นเอง น่าอับอายครับ
คือบาดแผล ในใจ ไม่เลือนลบ
ยากจะกลบ ประวัติศาสตร์ มิอาจขืน
แขวนคอฆ่า กระสุนลั่น พร้อมควันปืน
สุดขมขื่น จับเปลื้องผ้า มาใส่กรง

