หน้าแรก การเมือง ยิ่งลักษณ์ขอค...

ยิ่งลักษณ์ขอความเห็นใจ จำนำข้าวช่วยประชาชนแท้จริง กลับถูกยึดทรัพย์3.5หมื่นล้าน (คลิป)

7.10.16 | 10:33 น.

“ยิ่งลักษณ์” ขึ้นศาลสืบพยานฝ่ายจำเลยนัด 4 ยันควรใช้ศาลแพ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายมากกว่า ซัดโฆษก รบ.มีหน้าที่แจงข้อสงสัยแก่ ปชช. ดีกว่าโยนไปโยนมา เท่ากับว่าเล่นการเมืองเอง เหวี่ยง รบ.ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจทุกอย่าง อยู่ที่จะคิด-ทำให้ ปชช.ยอมรับ

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนาย เดินทางมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคดีโครงการรับจำนำข้าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายจำเลยเป็นนัดที่ 4 โดยมีบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) และอดีต ส.ส.อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรค นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.น่าน นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ เป็นต้น พร้อมมวลชนร่วมให้กำลังใจ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จำนวน 1 กองร้อย ทั้งนี้ ทันทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาถึง กลุ่มมวลชนได้มอบดอกไม้ และตะโกนให้กำลังใจ “นายกฯปูสู้ๆ” “เรารักนายกฯปู”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ถึงการใช้คำสั่งทางปกครองเรียกเก็บค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวจำนวนกว่า 35,000 ล้านบาทว่า อยากขอความเห็นใจจากประชาชนว่านโยบายนี้ทำเพื่อช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการต่างๆ หลายครั้งแล้ว เพราะการจะใช้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้กรมบังคับคดีมีอำนาจยึดทรัพย์เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตนได้ร้องขอความธรรมไปบ้างแล้ว อยากให้รัฐบาลนำไปพิจารณาบนข้อเท็จจริงและความสมเหตุสมผล เพราะการเลือกใช้คำสั่งทางปกครองเหมือนเป็นการตัดสินแล้ว ทั้งที่ควรจะใช้การฟ้องศาลแพ่งมากกว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือทางปกครอง และยังหวังว่ารัฐบาลจะไม่ใช้คำสั่งทางปกครอง แต่ควรใช้กระบวนการทางคดีแพ่ง ยืนยันแม้ขณะนี้คดีอาญาเดินมาครึ่งทางแล้ว เราทำหน้าที่อย่างเต็มที่และมั่นใจในพยานหลักฐานข้อเท็จจริงที่เราชี้แจง ส่วนคำวินิจฉัยกรณีนายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ ที่ระบุกำไร ขาดทุน ไม่สามารถนำมาเรียกร้องเป็นค่าเสียหายจากการดำเนินนโยบายของประเทศนั้น ตนได้ให้ทนายความศึกษาอยู่ ส่วนเรื่องการร้องขอความเป็นธรรมในคดีนั้นตนได้ร้องไปทุกที่ แต่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม และยังไม่ได้รับการตอบรับอย่างเป็นทางการจากทุกหน่วยงานที่ได้ร้องขอไป

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่ขณะนี้ราคาข้าวหอมมะลิกำลังตกต่ำอยู่นั้น อยากให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง เพราะการที่ไม่มีมาตรการอะไรทำให้สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ และคนที่เดือดร้อนก็คือชาวนา อีกทั้งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

เมื่อถามว่า จากที่ถูกดำเนินคดีคนเดียวถึง 15 คดี มองว่ามีความเป็นธรรมมากน้อยอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า อยากให้ทุกหน่วยงานยึดสาระเหมือนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ให้ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมและตามหลักสากล จึงเป็นสาเหตุให้ตนต้องร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงและสาธารณชน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้พิจารณาสิ่งต่างๆ บนความเป็นธรรมและเท่าเทียม

Advertisement

ทั้งนี้ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง กล่าวถึงกรณีนายเริงชัยว่าเป็นลักษณะคล้ายกัน ที่รัฐบาลมุ่งทำนโยบายเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้สาธารณะ ส่วนที่ได้ร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานต่างๆ ยังไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด