คอลัมน์หน้า 3 : บทเรียน การเมือง สำเหนียก ทักษิณ ชินวัตร ต่อถนอม กิตติขจร
คําปวารณาตัวเป็น “ของขวัญ” ภายใต้กระบวนการ “กลับบ้าน” ของ นายทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นประเด็นของการโต้แย้งอันแหลมคม
พร้อมกับ “คำถาม” จะกลับได้หรือไม่
คำถามนี้มักมาพร้อมกับตัวอย่างที่พยายามแล้วพยายามอีกแล้ว “ล้มเหลว” ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ นายปรีดี พนมยงค์
ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม
เพราะจนแล้วจนรอด นายปรีดี พนมยงค์ ก็ถูกตรึงอยู่ที่ฝรั่งเศส เพราะจนแล้วจนรอด จอมพล ป.
พิบูลสงคราม ก็ถูกตรึงอยู่ที่ญี่ปุ่น
ภายในความล้มเหลวก็ยังมีตัวอย่างแห่ง “ความสำเร็จ”
เป็นตัวอย่างจากกรณีของ จอมพลถนอม กิตติขจร ประสานกับกรณี จอมพลประภาส จารุเสถียร และ พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร
ทำไม 3 คนนี้จึงได้กลับ
หากมองในโทษานุโทษ จอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร พ.อ.ณรงค์
กิตติขจร ก็คล้ายๆ กับ นายทักษิณ ชินวัตร
เผลอๆ อาจจะหนักหนากว่าด้วยซ้ำ
3 คนนี้ไม่เพียงแต่จะอื้อฉาวเพราะการใช้อำนาจ “เผด็จการ” กดขี่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากแต่ยังถูกกล่าวหาในเรื่อง “การโกง”
กระทั่ง นักศึกษา ประชาชน ออกมาขับไล่
พลานุภาพของนักศึกษา ประชาชน ก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในกลุ่มผู้กุมอำนาจเมื่อเดือนตุลาคม 2516
จึงต้อง “เนรเทศ” ออกไป
จากนั้น ก็มีการใช้อำนาจจากรัฐธรรมนูญประกาศ “ยึดทรัพย์” อันถือว่าเบียดบังไปจากแผ่นดิน
แต่แล้ว “3 ทรราช” ก็ยังได้ “กลับบ้าน”
ในฐานะนักเรียน “เตรียมทหาร” ในฐานะ “นักเรียนนายร้อยตำรวจ” นายทักษิณ ชินวัตร ย่อมจะมองเห็นกรณีของ จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นตัวอย่าง
เมื่อ 3 คนนี้กลับได้ทำไมตัวเองจะกลับไม่ได้
คนระดับ นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งผ่านร้อนหนาวทางการเมืองตั้งแต่ยุคหลังสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 ย่อมมองออก
ในแต่ละกลไกแห่ง “อำนาจรัฐ” ว่าดำรงอยู่อย่างไร
การดำเนินการผ่านช่องทาง “คลับเฮาส์” โดยมี กลุ่มแคร์ คิด เคลื่อน ไทย เป็นตัวขับเคลื่อนจึงสะท้อนให้เห็นจังหวะก้าว
เท่ากับเป็นการ “ปักธง” ในทาง “ความคิด”
สร้างเหตุปัจจัยขึ้นมาทั้งจากสภาพการณ์ที่เป็นจริงในปัจจุบัน และทุนเก่าที่สะสมมาในอดีตมาเป็นรากฐานรองรับ
ก่อนความจริงจะปรากฏในปี 2565
หากดูจากกรณีของ นายปรีดี พนมยงค์ อาจหมดหวัง ขณะที่หากดูจากกรณีของ จอมพลถนอม กิตติขจร อาจจุดประกายหวัง
จังหวะก้าวของ นายทักษิณ ชินวัตร จึงบังเกิด
บังเกิดโดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นองคาพยพร่วมกับกลุ่มแคร์ คิด เคลื่อน ไทย อาศัยการเลือกตั้งเป็นประตูสำคัญ
ประสานกับการ “ดีล” อย่างแยบยล

