“บิ๊กป้อม” เปิดโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาประชารัฐ ขอความร่วมมือทำ “แลนด์มาร์ก” ด้านชาวบ้านชุมชนป้อมมหากาฬยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือ ป้อมสวนกลับ ไปอยู่ที่ผิดกฎหมาย ชาวชุมชนงัดไม่ได้ฟังข้อมูล
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ชุมชนเขียวไข่กา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนเขียวไข่กา ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะเดินทางไปยังอาคารกรมการขนส่งทหารบก (แฟลต ขส.ทบ.) เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาประชารัฐ พร้อมทั้งมอบกุญแจบ้านและทะเบียนบ้านให้แก่ตัวแทนชาวชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาชุดแรก จำนวน 3 ชุมชน รวมทั้งชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างสภาแห่งใหม่จำนวน 2 ชุมชน รวม 46 ครัวเรือน โดยมีพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับ
โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวกับประชาชนชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาชุดแรกว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 2 ฝั่ง มีระยะทางฝั่งละ 7 กิโลเมตร รวม 14 กิโลเมตร เพื่อเป็น “แลนด์มาร์ก” เมืองไทย เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะแบบหลากหลายให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้ประโยชน์ร่วมกัน ถือเป็นเรื่องเชิดหน้าชูตาให้กับ กทม.ในอนาคต ทั้งนี้ ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งทาง พม.ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา จึงขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยกันบูรณาการการทำงาน ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบเชื่อว่าเขาไม่อยากอยู่ริมน้ำ แต่เพราะมีความลำบาก ฐานะยากจน รัฐบาลจึงพยายามนำประชาชนเหล่านี้มาอาศัยแฟลต ขส.ทบ. และได้รับความร่วมมือจากประชาชน
“นายกรัฐมนตรีคาดหวังว่าจะทำสำเร็จ และเตรียมเงินไว้จำนวน 14,000 ล้านบาทเพื่อทำโครงการนี้และดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 200 ครัวเรือน ซึ่งการย้ายมาอยู่แฟลต ขส.ทบ.เป็นจุดเริ่มต้น ทำให้เป็นรูปธรรมให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลทำจริง ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีประชาชนบางส่วนที่ไม่เข้าใจมองว่ารัฐบาลทำให้เสียทัศนียภาพ เสียระบบนิเวศแม่น้ำเจ้าพระยา มีการตอกเสาลงแม่น้ำเจ้าพระยา จะทำให้แม่น้ำแคบลง ซึ่งไม่ใช่ เราใช้พื้นที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับการบุกรุกแม่น้ำของชุมชน อยากเรียนว่ารัฐบาลมีความปรารถนาดี ซึ่งการพัฒนามีอีก 2 แนวทางคือ โยกย้ายไปอยู่บ้านเอื้ออาทร จ.นครปฐม และจัดหาที่ดินสร้างบ้านใหม่” พล.อ.ประวิตรกล่าว
พล.อ.ประวิตรกล่าวต่อว่า ในวันนี้ถือว่าสำคัญเพราะเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก และประชาชนที่มากันวันนี้เพื่อร่วมใจกันทำให้โครงการที่นายกรัฐมนตรีคิดจะทำได้เป็นจริง คนไหนที่ยังไม่เข้าใจ รัฐบาลพร้อมจะชี้แจงว่าเราทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้ ถือว่าวันนี้สำคัญที่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แม้รัฐบาลชุดนี้เหลือเวลาบริหารประเทศเพียง 1 ปีกว่าๆ และจะมีรัฐบาลชุดใหม่ แต่เมื่อเราได้เริ่มต้นแล้ว ทุกอย่างเดินไป อยากให้ทุกคนที่ไม่เข้าใจรัฐบาลในเรื่องนี้ให้สอบถามจาก กทม. พม. ซึ่งตนหวังเป็นอย่างยิ่งให้ทุกคนช่วยกัน โดยเฉพาะประชาชน ทำโครงการนี้ให้สำเร็จตามความประสงค์นายกรัฐมนตรี
จากนั้น พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า มีบางส่วนที่ยังไม่เห็นด้วย เขาเป็นห่วงว่าจะกระทบสิ่งแวดล้อมแม่น้ำเจ้าพระยา ยืนยันโครงการดังกล่าวไม่ได้ทำให้ทางน้ำลดลง และประชาชนที่ย้ายมาอยู่แฟลต ขส.ทบ.มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีที่อยู่ที่ถูกต้อง ไม่ต้องกลัวใครมาไล่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่าง พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อยู่นั้นมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากชุมชนป้อมมหากาฬเดินทางมายื่นหนังสือ พร้อมขอความช่วยเหลือให้ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการดังกล่าว
โดย พล.อ.ประวิตรได้รับหนังสือ พร้อมกับกล่าวว่าจะพิจารณาให้ แต่ที่ไปอาศัยอยู่กันผิดกฎหมาย จะไปอยู่กันทำไม ในขณะที่ตัวแทนชุมชนป้อมมหากาฬโต้แย้งว่า ท่านยังไม่ได้ฟังชุมชนป้อมมหากาฬเลย จน พล.อ.ประวิตรรับปากอีกครั้งจะดูแลให้ แต่ขอดูรายละเอียดก่อน ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีเพิ่งมอบหมายให้ตนรับผิดชอบเรื่องดังกล่าว

