หน้าแรก การเมือง แม่ค้าบ่นระงม...

แม่ค้าบ่นระงม! ของแพงทั้งแผ่นดิน ‘เพชร’ บี้ รบ.ส่งตัวแทนเดินตลาด ฟังความเดือดร้อน ปชช.

11.01.22 | 12:24 น.

‘เพชร’ เผยแม่ค้าบ่นของแพงทั้งแผ่นดิน บี้รัฐบาลส่งตัวแทนเดินตลาดสัมผัสความเดือดร้อน ปชช. อย่าผลักภาระบอกให้ไปกินอย่างอื่นแทน

เมื่อวันที่ 11 มกราคม นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขตหลักสี่-จตุจักร หมายเลข 6 พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. เดินตลาดพงษ์เพชร และตลาดท่าทราย เพื่อแนะนำตัวต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงรับฟังปัญหาของพ่อค้าแม่ค้าในตลาด บรรยากาศตลอดการเดินตลาดทั้งสองแห่ง มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนส่วนใหญ่ฝากสะท้อนถึงปัญหาสินค้าซึ่งเกือบทุกชนิดมีราคาแพงขึ้น

นายกรุณพลกล่าวว่า แพงทั้งแผ่นดินจริงๆ ส่วนใหญ่บ่นว่าของแพงขึ้นทุกอย่าง แม่ค้าบอกว่าส่งผลทำให้ยอดขายตกลงมาก เพราะคนที่มาเดินก็ลำบาก รายได้ยังเท่าเดิมหรือน้อยลงช่วงโควิด จึงค่อนข้างระมัดระวังในการจับจ่าย ปัญหากำลังซื้อของประชาชนคือเรื่องเศรษฐกิจที่ทีมของเรากับพรรคนำปัญหาไปแลกเปลี่ยนกันทุกวัน เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอทางนโยบายและให้คำแนะนำต่อภาครัฐ เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่พี่น้องประชาชนต้องการความชัดเจนในการแก้ปัญหา แต่จากการติดตามข่าวเรายังไม่เห็นมาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เป็นรูปธรรมออกมา มีแต่บอกว่าถ้าสิ่งนั้นแพงก็เลี่ยงไปซื้ออย่างอื่น หมูแพงก็ไปซื้อไก่ เป็นต้น ซึ่งอะไรแบบนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนเขาทำของเขาเองอยู่แล้ว ไม่ต้องรอให้รัฐบาลมาบอกก็ได้

สิ่งที่ประชาชนเจอจริงๆ คือ หมูแพง และอย่างอื่นก็แพงตามมาด้วย ไม่ว่าเนื้อไก่ ราคาไข่ หรืออื่นๆ เขาอยากรู้ว่ารัฐบาลจะช่วยทำให้รายได้เขามากขึ้น หรือช่วยเหลือค่าครองชีพเขาอย่างไร หรือว่าเสียงของประชาชนไม่ดังพอที่รัฐบาลจะรับฟัง จึงไม่มีมาตรการชัดเจนออกมาเลย ตนอยากให้ตัวแทนของรัฐบาลลองมาเดินตลาด มาเพื่อฟังความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ดูบ้าง เพราะการแก้ปัญหาช้าไปเพียงหนึ่งวันก็สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนขึ้นอีกหนึ่งวัน การทำงานต้องรวดเร็ว ของแพงเป็นปัญหาระดับชาติกระทบกับทุกชีวิต เป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขไม่ใช่ผลักภาระไปให้ประชาชนหาวิธีแก้ปัญหาไปหาสินค้าทดแทนเอาเอง คงมีแต่ผู้นำที่ไร้วิสัยทัศน์เท่านั้นที่เอ่ยปากทีไรก็ผลักภาระการแก้ปัญหาไปให้ประชาชน

จากนั้น นายกรุณพลได้พาสื่อมวลชนไปดูจุดที่สายไฟและสายสื่อสารต่างๆ ขดรวมกัน จนมีการเสียดสีและชำรุดทำให้เกิดเพลิง ส่งผลให้ไฟดับเมื่อคืนวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมอธิบายว่า สายไฟและสายสื่อสารต่างๆ เป็นปัญหาของประเทศไทยมานาน ปัญหาดังกล่าวเคยมีแจ้งการไฟฟ้าและ กสทช.ไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนว่าเห็นประกายไฟ ให้เคลื่อนย้ายสายเหล่านี้ออกโดยเร็ว แต่ทั้ง 2 หน่วยงานโยนปัญหากันไปมาจนเกิดเหตุในที่สุด

Advertisement

นายกรุณพลกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบราชการที่ยังคิดและทำงานแบบแยกส่วน ถ้าอยากให้แก้ปัญหาได้ รัฐบาลต้องเอาหน่วยงานต่างๆ มาคุยกัน ไม่ว่าจะเป็น กทม.ในฐานะผู้บริหารกรุงเทพฯทั้งหมด การไฟฟ้าเป็นเจ้าของเสา มีรายได้จากการให้พาดสายสื่อสาร หรือ กสทช.ในฐานะผู้กำกับดูแลการสื่อสารโทรคมนาคม แต่เราจะเห็นการโบ้ยกันไปมาระหว่างหน่วยงานมาตลอด กสทช.แจ้งว่าจะนำสายไฟลงใต้ดินภายในปีนี้ แต่ประชาชนบอกว่าเป็นนโยบายปีนี้ก็จริงแต่ปฏิบัติเมื่อไหร่ไม่รู้ พอเกิดไฟไหม้ก็ไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากใครได้ การทำงานของหน่วยงานรัฐก็เชื่องช้า สับสน และโยนงานไปมาเหมือนไม่อยากรับผิดชอบ

“ต้องเอาสายไฟลงดินๆ ผมได้ยินพูดกันทุกปี แต่ 7 ปีของรัฐบาลประยุทธ์ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เรื่องแค่นี้ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จหรือทำได้ไม่กี่แห่ง ถึงเวลาที่กรุงเทพฯจะต้องเอาสายไฟฟ้าลงดิน เอาสายสื่อสารลงดิน และเอารัฐบาลชุดนี้ลงดิน เพื่อสร้างความปลอดภัยและคืนทัศนียภาพที่ดีให้ประชาชน เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทั้งเรื่องงบประมาณและการบริหารจัดการระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐรวมถึง กทม. ซึ่งพรรคก้าวไกลยืนยันว่าจะส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ด้วย จึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ยากเลยในการเลือกทั้ง ส.ส. และผู้ว่าฯกทม.จากพรรคก้าวไกล เพื่อไปทำงานร่วมกันในการจัดการปัญหาต่างๆ ของ กทม. ทั้งการเป็นปากเสียงจากพื้นที่และการบริหารจัดการแบบบูรณาการที่เอาปัญหาของประชาชนเป็นตัวตั้งในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ เพื่อคนกรุงเทพฯ” นายกรุณพลกล่าว