“พล.อ.นคร” ถาม กกต.เหมาะสมหรือไม่ หลังสลับหน้าที่รับผิดชอบกันใหม่ ทั้งที่ๆอยู่ได้ด้วยคำสั่งคสช. แนะซ้ำเป็นประโยชน์แน่ ถ้าเดินหน้า “เซตซีโร่”พร้อมกรรมการองค์กรอิสระอื่นๆเปิดทางปฏิรูปตามคำถามพ่วง
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกล่าวถึงกรณีที่กกต.เปลี่ยนด้านรับผิดชอบ และปรับการทำงานเป็นรูปแบบบอร์ดว่าต้องถามว่า เหมาะสมหรือไม่เพราะกรรมการในองค์กรอิสระอย่างกกต.ขณะนี้อยู่ได้ด้วยคำสั่งคสช.เมื่อมีรัฐบาลใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติคสช.ก็จะสิ้นสภาพไปกรรมการในองค์กรอิสระต่างๆก็ควรสิ้นสภาพไปตามคสช.ด้วยหรือไม่อีกทั้งระยะเวลา 5ปีตามเจตนารมณ์คำถามพ่วงก็บอกให้ต้องปฏิรูปประเทศขณะที่ในรัฐธรรมนูญใหม่ก็มีหมวดปฏิรูปบังคับไว้เป็นการเฉพาะองค์กรอิสระต่างๆก็ควรถูกปฏิรูปด้วยอย่างเท่าเทียม ดังนั้น การที่กกต.มาปรับรูปแบบการทำงานในเวลานี้ตนคิดว่าต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย เพราะกกต.อยู่ได้ด้วยคำสั่งคสช.ทำไมไม่รอกรธ.กับสนช.พิจารณาพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.ให้เสร็จก่อนเพราะการดำรงตำแหน่งต่อไปของกกต.นั้น รัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ มาตรา273บอกว่าให้ขึ้นอยู่กับพ.ร.บ.กกต.ที่กรธ.กำลังร่างอยู่ในขณะนี้
“ถ้าว่ากันตามตรงขณะนี้ กกต.มี 5 คนแต่ถ้ายึดตามรัฐธรรมนูญใหม่จะต้องสรรหาให้ครบ 7 คน แต่ปัญหามีอยู่ว่า คุณสมบัติของกกต.บางคนที่ทำหน้าที่อยู่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญใหม่อีกทั้งมีกกต.1คนถูกผู้ตรวจการแผ่นดินชี้มูลเรื่องจริยธรรม ดังนั้น จึงเชื่อว่าถ้ารัฐธรรมนูญบังคับใช้จะต้องมีการสรรหากกต.ใหม่ 2-4 คนเลยทีเดียว เมื่อต้องสรรหาเกินครึ่งทำไมถึงไม่ล้างใหม่ทั้งหมด เพื่อเป็นการแก้ปัญหาภายในของกกต.ด้วย จากนั้นก็สรรหาใหม่ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกำหนดไว้ แต่ทั้งนี้ต้องให้สิทธิ์คนเดิมที่ยังมีคุณสมบัติครบเข้ารับการสรรหาได้ในครั้งแรกเพื่อไม่เป็นการตัดสิทธิ์ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะได้เป็นจุดเริ่มต้นในการปฏิรูปกกต.และองค์กรอิสระอื่นๆตามที่ประชาชนผ่านคำถามพ่วงมาให้ นี่จึงเป็นที่มาว่า ทำไมผมถึงอยากให้เซตซีโร่ โดยยืนยันว่า ไม่ได้รับงานใครมาส่งสัญญาณ แต่เป็นความเห็นส่วนตัวที่มองว่า น่าจะเป็นประโยชน์ จึงอยากให้คสช.เสนอเรื่องนี้ไปให้กรธ.รวมถึงสนช.พิจารณา” พล.อ.นคร กล่าว

