วันที่ 7ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลั ยราชภัฏเชียงราย (มร.ชร.) และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) บางส่วนได้จัดกิจกรรมเกี่ยวกั บเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.2519 ณ ห้องเอื้องมัจฉา ตึกยุพราช มร.ชร. โดยใช้เวทีเสวนาเรื่อง “ประชาธิปไตยในรั้วมหาวิทยาลัย” รอบเวทีมีการจัดนิทรรศการที่มี ภาพและข้อความเกี่ยวกับเหตุ การณ์ปี 2519 ส่วนบนเวทีเริ่มต้นด้วยการเปิ ดวิดีโอที่มีการเผยแพร่ ทางเว็บไซต์ยูทูบซึ่งมีเนื้ อหาเผยแพร่และวิเคราะห์เหตุ การณ์ดังกล่าว โดยในวิดีโอจะมีนั กวิชาการวิเคราะห์ให้เป็นช่วงๆ
จากนั้นนายเนรมิตร จิตรรักษา ผู้ช่วยอธิการบดี มร.ชร.และอาจารย์สอนวิชารั ฐศาสตร์ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยมีเนื้อหาว่ า เหตุการณ์วันที่ 14 ต.ค.2516 เป็นพื้นฐานไปสู่เหตุการณ์กับวั นที่ 6 ต.ค.2519 ดังกล่าว เหตุเพราะการเรียกร้องในปี 2516 ทำให้นักศึกษาดูเหมือนจะได้รั บชัยชนะจากผลของการเรียกร้องให้ มีรัฐธรรมนูญ โดยมีการเลือกตั้ งตามระบอบประชาธิปไตย จึงทำให้มี การชุมนุมต่างๆ เรื่อยมา และสลับกับการมีคณะปฏิ วัติรัฐประหาร ซึ่งเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่ามี คนอย่างน้อย 2 กลุ่ม คือคนได้และคนเสีย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองที่ มีการต่อสู้กันระหว่างผู้ อยากได้อำนาจและผู้ที่กลัวว่าตั วเองจะสูญเสียอำนาจไป วิวัฒนาการนี้มีเรื่อยมาไม่ต่ างจากเหตุการณ์พฤษภาคม 2535
นายเนรมิตรกล่าวว่า จากการดูวิดีโอนี้และศึ กษาเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.2519 ทำให้ทราบสังคมไทยมีคนที่เพิ กเฉยต่อข่าวสาร เพราะในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามเหตุการณ์นี้มีนักศึกษาอยู่ ส่วนภายนอกมหาวิทยาลัยมีการจั ดตั้งกลุ่มต่างๆ มีการใช้ข้ออ้างให้เกลียดชั งคอมมิวนิสต์แล้วทำให้เกิดการฆ่ ากันเอง เราจึงต้องหันมาเรียนรู้เรื่ องนี้ให้มาก ไม่ใช่เสพสื่อด้ านเดียว โดยกรณีวิดีโอที่นำมาเปิดนี้ ยั งมีวิดีโออื่นๆ ที่พบในยูทูบจึงขอให้นักศึ กษาไปดูคลิปที่เกี่ยวของอีกนับ 10 คลิป เพื่อจะได้รู้ว่าอันไหนเรื่ องจริงและเรื่องไม่จริงบ้าง เมื่อเข้าใจอดีตก็จะทำให้รู้ว่ าตัวเองต้องการสิ่ งใด และจะทำอะไรต่อไปในอนาคต เพราะถ้าทำสิ่งใดโดยไม่มีแผน ไม่มีข้อมูลก็ไม่มีประโยชน์
รายงานระบุว่า จากนั้ นมีการแสดงดนตรีโดยนักศึกษาชาย 3 คน เล่นโฟล์กซองด้วยกีตาร์โดยมีเนื้ อเพลงเกี่ยวกับการชุมนุมเรียกร้ องในอดีต ก่อนจะมีเวทีเสวนาโดยมีนักศึ กษาจำนวน 3 คน และนายเนรมิตรร่วมเสวนา มีตั้งหัวข้อว่าจากพิธีการให้ผู้ ร่วมเสวนาแสดงความคิดเห็นเป็นข้ อๆ เริ่มต้นจากความเห็นต่อกรณีวิดี โอดังกล่าว ซึ่งนักศึกษาแต่ละคนแสดงความเห็ นไปในทำนองว่าไม่อยากให้เกิ ดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก จึ งควรหาทางออกด้วยวิธีการต่างๆ จากนั้นมีการเปิดประเด็นเรื่ องประชาธิปไตยในโรงเรี ยนโดยเฉพาะการให้นักศึกษาหรื ออาจารย์ พนักงาน ฯลฯ ในมหาวิทยาลัยมีส่วนร่ วมในนโยบายการบริหารมหาวิทยาลัย โดยมีการหยิบยกการเลือกตั้งมาร่ วมถกประเด็นกันด้วย ซึ่งนายเนรมิตรตอบว่า ไม่ สามารถให้มีการเลือกตั้งผู้บริ หารมหาวิทยาลัย เพราะมีพระราชบัญญัติบังคับใช้ อยู่ และทั่วประเทศก็มีเพี ยงมหาวิทยาลัยรามคำแหงซึ่งกำลั งพยายามจะเลิกใช้แล้ว
นายเนรมิตรกล่าวว่า ขออย่าไปยึดติดกับเรื่ องการเลือกตั้ง เพราะทุกวันนี้ก็ ยังมีปัญหากันอยู่ และการเลือกตั้ งก็ไม่ใช่ทางออกของทุกเรื่อง แม้แต่ในมหาวิทยาลัยหากว่ามี การเลือกตั้งก็ไม่ใช่ว่ าจะสามารถบริหารได้ดี การเลือกตั้งอาจทำให้เกิดการเล่ นพรรคเล่นพวกและแบ่งพรรคแบ่งพวก ถ้าวันใดคณาจารย์มีการแบ่งฝั กแบ่งฝ่ายกันก็จะทำให้ยุ่งไปกั นใหญ่ รวมทั้งบางองค์กรก็ไม่สามารถใช้ การเลือกตั้งได้ เพราะความจำเป็ นของบทบาทที่เหมาะสมกับบางคน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงท้ ายการเสวนายิ่งดุเดือดมากขึ้ น เพราะกลุ่มนักศึกษาทั้งบนเวที และที่รับฟังซึ่งมีทั้งมาจาก มร.ชร.และต่างสถาบัน ได้ พยายามแสดงความคิดเห็ นไปในทำนองว่าต้องการทราบเรื่ องสิทธิเสรีภาพ ว่าสามารถมี การแก้ไขให้ดีขึ้นได้หรือไม่ เช่น บทบาทในการกำหนดนโยบายของมหาวิ ทยาลัย การแต่งกาย ฯลฯ ทำให้นายเนรมิตรได้อธิ บายไปในหลายแง่มุม รวมทั้งยกตั วอย่างโดยบางครั้งถึงขั้นมีเสี ยงดังคล้ายตอบโต้กันไปมาอยู่พั กใหญ่ จนทำท่าว่าจะไม่มีบทสรุปเกี่ ยวกับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ช่ วงเสวนาจึงได้ยุติไปโดยปริยาย ทั้งนี้ ช่วงท้ายมี ดร.ณัฐกร วิฑิตานนท์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเดินทางไปร่วมรับฟังด้วย

