หน้าแรก การเมือง ตัดจบ! เวทีเส...

ตัดจบ! เวทีเสวนา 6 ตุลา 19 ราชภัฏเชียงรายตึงเครียด!! น.ศ.ร้องปชต.-เลือกตั้ง อจ.โต้ไม่ใช่ทางออกทุกเรื่อง

7.10.16 | 16:20 น.
วันที่ 7ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มร.ชร.) และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) บางส่วนได้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.2519 ณ ห้องเอื้องมัจฉา ตึกยุพราช มร.ชร. โดยใช้เวทีเสวนาเรื่อง “ประชาธิปไตยในรั้วมหาวิทยาลัย” รอบเวทีมีการจัดนิทรรศการที่มีภาพและข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ปี 2519 ส่วนบนเวทีเริ่มต้นด้วยการเปิดวิดีโอที่มีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ยูทูบซึ่งมีเนื้อหาเผยแพร่และวิเคราะห์เหตุการณ์ดังกล่าว โดยในวิดีโอจะมีนักวิชาการวิเคราะห์ให้เป็นช่วงๆ
จากนั้นนายเนรมิตร จิตรรักษา ผู้ช่วยอธิการบดี มร.ชร.และอาจารย์สอนวิชารัฐศาสตร์ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยมีเนื้อหาว่า เหตุการณ์วันที่ 14 ต.ค.2516 เป็นพื้นฐานไปสู่เหตุการณ์กับวันที่ 6 ต.ค.2519 ดังกล่าว เหตุเพราะการเรียกร้องในปี 2516 ทำให้นักศึกษาดูเหมือนจะได้รับชัยชนะจากผลของการเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญ โดยมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย จึงทำให้มีการชุมนุมต่างๆ เรื่อยมา และสลับกับการมีคณะปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่ามีคนอย่างน้อย 2 กลุ่ม คือคนได้และคนเสีย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองที่มีการต่อสู้กันระหว่างผู้อยากได้อำนาจและผู้ที่กลัวว่าตัวเองจะสูญเสียอำนาจไป วิวัฒนาการนี้มีเรื่อยมาไม่ต่างจากเหตุการณ์พฤษภาคม 2535
นายเนรมิตรกล่าวว่า จากการดูวิดีโอนี้และศึกษาเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.2519 ทำให้ทราบสังคมไทยมีคนที่เพิกเฉยต่อข่าวสาร เพราะในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตามเหตุการณ์นี้มีนักศึกษาอยู่ ส่วนภายนอกมหาวิทยาลัยมีการจัดตั้งกลุ่มต่างๆ มีการใช้ข้ออ้างให้เกลียดชังคอมมิวนิสต์แล้วทำให้เกิดการฆ่ากันเอง เราจึงต้องหันมาเรียนรู้เรื่องนี้ให้มาก ไม่ใช่เสพสื่อด้านเดียว โดยกรณีวิดีโอที่นำมาเปิดนี้ ยังมีวิดีโออื่นๆ ที่พบในยูทูบจึงขอให้นักศึกษาไปดูคลิปที่เกี่ยวของอีกนับ 10 คลิป เพื่อจะได้รู้ว่าอันไหนเรื่องจริงและเรื่องไม่จริงบ้าง เมื่อเข้าใจอดีตก็จะทำให้รู้ว่าตัวเองต้องการสิ่งใด และจะทำอะไรต่อไปในอนาคต เพราะถ้าทำสิ่งใดโดยไม่มีแผน ไม่มีข้อมูลก็ไม่มีประโยชน์
รายงานระบุว่า จากนั้นมีการแสดงดนตรีโดยนักศึกษาชาย 3 คน เล่นโฟล์กซองด้วยกีตาร์โดยมีเนื้อเพลงเกี่ยวกับการชุมนุมเรียกร้องในอดีต ก่อนจะมีเวทีเสวนาโดยมีนักศึกษาจำนวน 3 คน และนายเนรมิตรร่วมเสวนา มีตั้งหัวข้อว่าจากพิธีการให้ผู้ร่วมเสวนาแสดงความคิดเห็นเป็นข้อๆ เริ่มต้นจากความเห็นต่อกรณีวิดีโอดังกล่าว ซึ่งนักศึกษาแต่ละคนแสดงความเห็นไปในทำนองว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก จึงควรหาทางออกด้วยวิธีการต่างๆ จากนั้นมีการเปิดประเด็นเรื่องประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยเฉพาะการให้นักศึกษาหรืออาจารย์ พนักงาน ฯลฯ ในมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในนโยบายการบริหารมหาวิทยาลัย โดยมีการหยิบยกการเลือกตั้งมาร่วมถกประเด็นกันด้วย ซึ่งนายเนรมิตรตอบว่า ไม่สามารถให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพราะมีพระราชบัญญัติบังคับใช้อยู่ และทั่วประเทศก็มีเพียงมหาวิทยาลัยรามคำแหงซึ่งกำลังพยายามจะเลิกใช้แล้ว
นายเนรมิตรกล่าวว่า ขออย่าไปยึดติดกับเรื่องการเลือกตั้ง เพราะทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหากันอยู่ และการเลือกตั้งก็ไม่ใช่ทางออกของทุกเรื่อง แม้แต่ในมหาวิทยาลัยหากว่ามีการเลือกตั้งก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถบริหารได้ดี การเลือกตั้งอาจทำให้เกิดการเล่นพรรคเล่นพวกและแบ่งพรรคแบ่งพวก ถ้าวันใดคณาจารย์มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันก็จะทำให้ยุ่งไปกันใหญ่ รวมทั้งบางองค์กรก็ไม่สามารถใช้การเลือกตั้งได้ เพราะความจำเป็นของบทบาทที่เหมาะสมกับบางคน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงท้ายการเสวนายิ่งดุเดือดมากขึ้น เพราะกลุ่มนักศึกษาทั้งบนเวทีและที่รับฟังซึ่งมีทั้งมาจาก มร.ชร.และต่างสถาบัน ได้พยายามแสดงความคิดเห็นไปในทำนองว่าต้องการทราบเรื่องสิทธิเสรีภาพ ว่าสามารถมีการแก้ไขให้ดีขึ้นได้หรือไม่ เช่น บทบาทในการกำหนดนโยบายของมหาวิทยาลัย การแต่งกาย ฯลฯ ทำให้นายเนรมิตรได้อธิบายไปในหลายแง่มุม รวมทั้งยกตัวอย่างโดยบางครั้งถึงขั้นมีเสียงดังคล้ายตอบโต้กันไปมาอยู่พักใหญ่ จนทำท่าว่าจะไม่มีบทสรุปเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ช่วงเสวนาจึงได้ยุติไปโดยปริยาย ทั้งนี้ ช่วงท้ายมี ดร.ณัฐกร วิฑิตานนท์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเดินทางไปร่วมรับฟังด้วย