คอลัมน์หน้า 3 : กระสุน กระแส ประชาธิปไตย ‘วิปริต’ เลือกตั้ง ‘ซ่อม’
การตั้งข้อสังเกตในกระบวนการ “ซื้อเสียง” พร้อมกับจำนวนเงินที่ทะยานถึง 1,500 บาท เริ่มปรากฏบนหน้าข่าวถี่ยิบยิ่งขึ้น
ไม่ว่าที่ “ชุมพร” ไม่ว่าที่ “จตุจักร หลักสี่”
เป็นการตั้งข้อสังเกตจากสายตาของผู้จัดเจนระดับ นายกรณ์ จาติกวณิช เป็นการตั้งข้อสังเกตจากสายตาของผู้จัดเจนระดับ นายสรวงศ์ เทียนทอง
เพียงเห็นนามสกุล “เทียนทอง” ก็ต้องร้อง “ฮ้อ”
ขณะเดียวกัน เพียงเห็นอาการของ นายกรณ์ จาติกวณิช ก็มิได้แปลกใจในความจัดเจนซึ่งสะสมมาทั้งใน “ตลาดทุน” และ “ตลาดการเมือง”
มองทะลุ “ประชาธิปัตย์” ไปยัง “พลังประชารัฐ”
ยิ่งเข้าไปสัมผัสในรายละเอียดและองค์ประกอบของการระดมมวลชนเข้ารับฟังการปราศรัย ทั้งที่ชุมพร ทั้งที่สงขลา ยิ่งประจักษ์แจ้ง
ร่ำลือกันว่าระดมมาด้วยมูลค่า “หัวละ 300”
จะเข้าใจถึง “เบื้องหลัง” การระดมมวลชนเข้ารับฟังการปราศรัยทางการเมือง ต้องย้อนกลับไปจับคำพูดของ นายบรรหาร ศิลปอาชา
เป็น “ข้อมูล” เมื่อลงพื้นที่ “อุบลราชธานี”
เมื่อเดินขึ้นเวทีตระเตรียมจะกล่าวคำปราศรัย นายบรรหาร ศิลปอาชา กวาดตาไปโดยรอบแล้วบังเกิดความหงุดหงิด
หงุดหงิดเนื่องจาก “ปริมาณ” ไม่เป็นไปตาม “คาด”
จึงได้ปะทุอารมณ์ต่อว่า “ผู้สมัคร” ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ บ่งบอกให้ตระหนักรู้ว่าทางพรรคให้เงินมาอักโขภิณี
เหตุใดจึง “เกณฑ์” มาได้ “กระหยิบ” มือเดียว
ไม่ว่าจะเป็นมวลชนของพรรคชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นมวลชนของพรรคกิจสังคม ไม่ว่าจะเป็นมวลชนของพรรคความหวังใหม่
ล้วนมิได้มาด้วยความสมัครใจ เต็มร้อย
เรื่องราวพวกนี้มิใช่ว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา จะรู้เพียงคนเดียว มิใช่ว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จะรู้เพียงคนเดียว
ระดับ นายกรณ์ จาติกวณิช ย่อมรู้
ยิ่งระดับ นายสรวงศ์ เทียนทอง ที่เติบใหญ่มาในบรรยากาศแห่งการ “ปั้น” นายกรัฐมนตรีคนแล้วคนเล่าของ นายเสนาะ เทียนทอง
ย่อมอ่านแต่ละจังหวะก้าวใน “จตุจักร หลักสี่” ทะลุ
เมื่อมองไปยังแต่ละเก้าอี้ที่มวลชนเข้าจับจองในการปราศรัยใหญ่ที่ชุมพรและสงขลา ไม่ว่าจะโดยพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะโดยพรรคประชาธิปัตย์
มีหรือที่จะมองไม่เห็น “กระสุน” ที่อยู่คู่กับ “กระแส”
เมื่อมองผ่านภาพของชุมพร เขต 1 เมื่อมองผ่านภาพของสงขลา เขต 6 มาเห็นอาการเงียบอย่างผิดปกติของบางพรรคในจตุจักร หลักสี่
มีหรือจะอ่านไม่ออกว่า “กระสุน” กำลังปลิวว่อนเพียงใด
ในบรรยากาศแห่งการ “ดับเครื่องชน” ด้วยความดุดัน ไม่ว่าจะมาจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมาจากพรรคประชาธิปัตย์
มีหรือที่จะไม่ “กระสา” กลิ่น
ปมเงื่อนอยู่ที่ว่า เป็นกลิ่นแห่งประชาธิปไตย “วิปริต” เป็นกลิ่นแห่งการหว่าน “กระสุน” เพื่อสร้างและก่อ “กระแส”
คำถามอยู่ที่ว่า “กกต.” สำเหนียกรู้บ้างหรือไม่

