‘ป๋าเปรม’ชี้ ระบบอุปถัมภ์เป็นปัญหาใหญ่ คนไทยยังตอบแทนบุญคุณคนผิด

7.10.16 | 17:21 น.

งานเสวนา “คอร์รัปชั่น หายนะประเทศไทย “อลงกรณ์” ชี้ แม่น้ำ 5 สายต้องเป็นแบบอย่างที่ดี หากคนใกล้ชิดมีปัญหาต้องไม่ปกป้อง ปธ.ปปช. เตรียมเร่งรัดคดีค้างให้จบ ก่อนเข้าสู่ยุคนิว ป.ป.ช. ส่วนผู้ว่าการ สตง. เปรียบ ทุจริตระบาด เหมือนกราดยิงชาวบ้าน

วันที่ 7 ตุลาคม เวลา 11.00 น. นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม รองประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ร่วมเสวนา เชิงวิชาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในหัวข้อ “คอร์รัปชั่น….หายนะประเทศไทย” โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานพิธีเปิดงาน

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมาเป็นการปฏิรูปประเทศครั้งสำคัญและจะเดินหน้าต่อไปภายใต้ยุทธศาตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งในยุคปฏิรูป 2 ปีที่ผ่านมา มีความหวัง 3 เรื่องคือ 1.ภาพลักษณ์เรื่องการทุจริตดีขึ้น 26 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 76 จากการจัดดัชนีชี้วัดขององค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี 2.ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศขยับขึ้นจากอันดับที่ 30 เป็น 28 ซึ่งดีกว่าเกาหลีใต้ที่ตกไปอยู่อันดับที่ 29 เชื่อว่าในปีถัดไปจะก้าวขึ้นไปถึงอันดับที่ 25 และ 3.การปฏิรูปประเทศเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนใน 3 ส่วนคือ โดยส่วนแรก รัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ ซึ่งมีหมวดว่าด้วยการปฏิรูป กำหนดเรื่องยุทธศาสตร์ชาติเป็นการเฉพาะ กำหนดให้สร้างกลไกจัดการปัญหาคอร์รัปชั่นและให้เป็นหน้าที่ของประชาชน ส่วนที่สอง คือมาตรการกฎหมายในการจัดการคอร์รัปชั่น มีการออกกฎหมายจัดตั้งศาลปราบคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นกลไกใหม่ให้คนทุจริตถูกลงโทษโดยฉับไว

“สิ่งที่ต้องระวังคือคนใกล้ชิด จะต้องทำเป็นตัวอย่าง หากมีปัญหาอย่าปกป้อง ต้องจัดการเด็ดขาด ตรงไปตรงมา ให้ตรวจสอบได้ แม่น้ำ 5 สายที่ปฏิรูปประเทศต้องทำเป็นแบบอย่าง ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ทำอยู่ เราต้องเป็นทองที่ไม่กลัวการพิสูจน์ให้สังคมยึดเป็นหลักได้ โดยสองปีที่ผ่านมาประเทศไทยก็เข้มแข็งขึ้น” นายอลงกรณ์กล่าว

ด้าน พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า จากการสำรวจสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นการแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่นด้วยกฎหมายที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วทางป.ป.ช.ได้มีการปรับปรุงการทำงานเพื่อให้มีความรวดเร็วมากขึ้นจากเดิมป.ป.ช.สามารถพิจารณาเรื่องร้องเรียนได้ 250 เรื่องต่อปี ด้วยการจัดระบบการทำงานตั้งแต่เพิ่มบุคลากร ให้สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดเป็นผู้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานแสวงหาข้อเท็จจริงหากมีมูลจะรีบไต่สวน ซึ่งคดีขนาดเล็กและขนาดกลางให้ ป.ป.ช.จังหวัดดำเนินการ โดยมีนโยบายเป็นการภายในว่าคดีที่ค้างอยู่ จะทำให้หมดภายใน 3 ปี ส่วนเรื่องรับใหม่ให้เสร็จภายในหนึ่งปี ดังนั้นไม่เกิน 2 ปี เราจะเป็นนิว ป.ป.ช.มียุทธศาสตร์ชัดเจน

Advertisement

นายเฉลิมศักดิ์กล่าวว่า การจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อไม่ให้ใช้ทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตไปใช้ประโยชน์ในการสร้างเครือข่ายก่ออาชญากรรม หรือสร้างอิทธิพลทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจได้ ซึ่งตนเห็นว่าการดำเนินการต่อต้านการทุจริตต้องมียุทธศาสตร์และความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพราะการทุจริตทำเป็นเครือข่าย โดยภารกิจของ ปปง.มีสองส่วนคือ มาตรการทางแพ่ง ส่วนที่สองคือ มาตรการในการยึดอายัดทรัพย์ ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของคณะกรรมการ ป.ป.ง.เห็นว่าการจะทำให้การคอร์รัปชั่นเป็นศูนย์มี 4 ส่วนคือ นโยบาย มาตรการทางกฎหมาย การบังคับใช้ และค่านิยมจิตสำนึก หากทั้ง 4 ส่วนนี้มีประสิทธิภาพก็จะเซตซีโร่การทุจริตได้

ขณะที่นายพิศิษฐ์กล่าวว่า การควบคุมเงินแผ่นดินมีความจำเป็นเพราะเป็นเงินของประชาชนทั้งชาติ ผู้ปฏิบัติงานจึงต้องทำอย่างซื่อสัตย์ ละเอียด ถี่ถ้วน ระวังไม่ให้เกิดความเสียหาย และต้องมั่นใจว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินเป็นไปโดยบริสุทธิ์ บังเกิดผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะหากมีการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือรับสินบนก็จะเป็นต้นทุนของค่าใช้จ่าย เป็นการเบียดบังเงินแผ่นดิน ดังนั้น จึงไม่ใช่การปล้นธรรมดาแต่เป็นการกราดยิงไม่สนใจว่าจะปล้นใคร แต่อาชญากรเหล่านี้ยังใส่สูทได้รับเกียรติทั้งที่ทำร้ายสังคม กินเลือดกินเนื้อประชาชน ดังนั้น ต้องใช้มาตรการตาต่อตา ฟันต่อฟัน เพราะเป็นภัยร้ายของประเทศต้องทำให้คนดีมีอำนาจปกครองทั้งนี้ รัฐธรรมนูญใหม่ให้สตง.มีภารกิจในการยับยั้งนโยบายประชานิยมที่จะสร้างความเสียหาย อันเป็นช่องทางที่จะใช้กฎหมายมายับยั้งได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการสัมมนา เวลา 12.00 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ประเทศเรามีความรักชาติพอสมควร ถ้าเรานำเรื่องคอร์รัปชั่นไปพูดให้ทุกคนเกิดความเข้าใจว่า ป.ป.ช. มีงบประมาณไม่เพียงพอ ซึ่งการสร้างโบสถ์ สร้างวัดยังบริจาคกันได้ ดังนั้น การบริจาคเงินมาสร้างเครื่องมือปราบทุจริตก็น่าเป็นไปได้ ทั้งนี้ ตนคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามคอร์รัปชั่นนั้นยังไม่เพียงพอ ดังนั้นทุกคนต้องมาช่วยกัน เช่น บ้านเกิดของตนอยู่ที่ จ.สงขลา มีเกาะยอ มีคลองกั้น เมื่อรัฐบาลทำสะพาน ตนก็ไปนั่งคุยกับเพื่อนๆ และมีผู้หญิงคนหนึ่งนำเงินมาให้ตน 1,000 กว่าบาท ตนก็ถามว่านำมาให้ตนทำไม หญิงคนนั้นก็บอกว่าเมื่อก่อนตัวอำเภอเมืองเขาไม่กล้าข้ามคลองกลัวเรือจะล่มเนื่องจากว่ายน้ำไม่เป็น แต่ตอนนี้มีสะพานแล้วเขาก็สามารถข้ามไปฝั่งตัวเมืองได้ ซึ่งเงิน 1,000 บาทนั้นคือค่าเรือจ้างที่เขาเก็บออมไว้ได้จึงนำมาให้ตน แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีจิตใจที่ปรารถนาดีต่อชาติ

ประธานองคมนตรีกล่าวต่อว่า ถ้าเราช่วยให้เขาเห็นว่าการทำเรื่องดังกล่าวเป็นประโยชน์ ก็จะช่วยลดความน่าละอายลงไปได้ ตนขอบอกว่าถ้าไม่มีสตางค์เราก็ทอดกฐินคอร์รัปชั่นของเราไป อย่างไรก็ตาม การปราบปรามการปล้นชาตินับเป็นประโยชน์อย่างมาก หากมีเอกสารให้เด็กๆ ได้รับรู้ว่าการโกงเป็นเรื่องที่ไม่ดี ตนอยากให้ทุกคนไปทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการริเริ่มเพราะทุกคนต่างมีข้อมูลกันอยู่แล้ว

“แต่สิ่งที่ยากมากคือระบบอุปถัมภ์ ผมคิดไม่ออกว่าจะแก้อย่างไร หากบอกว่าคนไทยช่วยเหลือคนผิด มันก็จริง ซึ่งเขาก็ต้องตอบแทนบุญคุณ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูก มันจึงเป็นเรื่องยาก แต่ผมคิดว่านี่คือปัญหาใหญ่ที่เราต้องมานั่งช่วยกันคิดว่าเขาต้องแยกให้ออกว่าอะไรควรจะอุปถัมภ์ได้หรือไม่ได้” พล.อ.เปรมกล่าว