09.00 INDEX คำประกาศ ธรรมนัส พรหมเผ่า ท้าทาย โดยตรง ประชาธิปัตย์

13.01.22 | 08:33 น.

คำประกาศ ธรรมนัส พรหมเผ่า ท้าทาย โดยตรง ประชาธิปัตย์

คล้ายกับยอดคำเท่อันมาจากปาก ‘ใจถึง พึ่งได้’ ระดับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า บนเวทีปราศรัยที่สงขลาที่ว่าเป็นนักการเมืองต้องมี ‘กะตังค์’ จะพุ่งเป้าเข้าใส่พรรคก้าวไกล

เห็นได้จากการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันทันใดจาก นายฐิวัจน์ ดำแก้ว ด้วยการร้องเรียนไปยัง ‘กกต.’

ขณะเดียวกัน ก็เป็นไปไม่ได้ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะหมาย ถึง น.ส.สุภาพร พึ่งกำเนิด ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะรับรู้กันเป็นอย่างดีว่า น.ส.สุภาพร พึ่งกำเนิด คือภรรยาของ ‘เดชอิศม์’

นักการเมืองระดับ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ซึ่งเคยเป็นนายกอบจ.สงขลา สามารถเอาชนะ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ในการเชิงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มาได้ย่อมไม่ธรรมดา

ไม่เพียงแต่ธรรมดาอันเหนือกว่า ส.ส. 7 สมัยอย่าง นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ หากแต่ไม่ธรรมดาทั้งๆ ที่เพิ่งเป็น ส.ส.เพียง 1 สมัย

Advertisement

เป้าหมายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ใหญ่ยิ่งกว่านั้น

เป็นการตีกระทบไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ทั้งพรรค แม้ว่าจะยก ย่องตนเองว่าเป็น ‘สถาบัน’ ทางการเมืองก็ตาม

นับแต่ นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็ประจวบเหมาะกับพรรคประชาธิปัตย์ยึดครองพื้นที่ภาคใต้ได้ อย่างเกือบจะเบ็ดเสร็จเว้นเพียงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนเท่านั้น

มีความเชื่อมั่นกระทั่งกลายเป็น ‘สโลแกน’ ว่า พรรคประชาธิ ปัตย์แม้ส่ง ‘เสาไฟฟ้า’ ก็ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

เป็นความไว้วางใจโดยไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ‘ซื้อเสียง’

คำประกาศของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ว่านักการเมืองต้องเป็น ‘คนมีกะตังค์’ พร้อมกับเปรียบเทียบกับนักการเมืองที่เป็นคนไม่มี ‘กะตังค์’ จึงเป็นการตีเข้าใส่ขนดหางของพรรคประชาธิปัตย์

สะเทือนตั้งแต่คลองหอยโข่ง สะเดา หาดใหญ่ ระเรื่อยไปจนถึง 

กระบี่ พังงา นครศรีธรรมราช ตรัง ครบถ้วนโรงเรียนชวน หลีกภัย

ความน่าสนใจอย่างเป็นพิเศษก็คือ พลันที่ยอดคำเท่ว่าด้วยนักการ เมืองต้อง ‘เป็นคนมีกะตังค์’ หลุดออกจาก 2 เรียวปาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เสียงโห่ร้องขานรับดังกึกก้องจากมวลชน

กระนั้น เสียงโห่ร้องขานรับต่อความมากด้วย ‘กะตังค์’ ของนักการเมืองอันมาพร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ท้าทาย

ท้าทายต่อเอกลักษณ์อันดำรงอยู่ยาวนานของ ‘คนใต้’ ยิ่ง