“พปชร.-ปชป.” หาเสียงโค้งสุดท้ายซัดเดือด “บิ๊กป้อม” นำทีมปราศรัยชู “ทนายแดง” นั่ง ส.ส.ชุมพร ด้าน “จุรินทร์” เหน็บอย่าเลือก ส.ส.เพราะเป็นคนรวย ซัดพรรคไหนเคลมนโยบายคนละครึ่งเรียก “ลักวิ่งชิงปล้นกลางแดด”
โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 ในวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคมนี้ กลายเป็นศึกชนช้างระหว่างพรรคพลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ เมื่อทัพหลวงพรรคพลังประชารัฐ นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค และขุนพลแดนใต้พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ประชันเรียกคะแนนเสียง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่บริเวณด้านหน้าศาลาว่าการอำเภอเมืองชุมพร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำทีม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งเขต 1 ชุมพร และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงช่วย “ทนายแดง” นายชวลิต อาจหาญ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ชุมพร เบอร์ 4
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตั้งใจเดินทางมาจังหวัดชุมพร เพราะรู้สึกอบอุ่น รวมถึงสมาชิก ส.ส.ของพรรคแต่ละคนที่เดินทางมาพร้อมกันก็เพื่อมายืนยันว่า “ทนายแดง” เหมาะสมที่จะสู้ในศึกชิงเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ ในฐานะตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีคะแนนเสียงอันดับที่ 1 ในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อสานต่องานนโยบาย
“พรรคพลังประชารัฐ จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยมุ่งในการทำนโยบายเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ด้วยความเข้มแข็ง เป็นหนึ่งเดียวของพรรคจะสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนกินดีอยู่ดี” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ขณะเดียวกัน ที่เวทีชั่วคราวศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ จ.สงลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคดูแล กทม. นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในคณะรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคและ ส.ส.ของพรรค เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมโค้งสุดท้าย เพื่อช่วย น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 6 หาเสียง
นายจุรินทร์กล่าวปราศรัยกรณีที่มีพรรคการเมืองหนึ่งปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมจังหวัดสงขลาที่ให้ประชาชนเลือกผู้แทนที่มีฐานะร่ำรวย ว่า ความรวยไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญให้ได้ ส.ส.ที่ดี ดังนั้น ชาวสงขลาจึงควรจะต้องพิจารณาถึงศักยภาพ ความเหมาะสม รวมถึงพรรคการเมืองที่สังกัดว่าควรเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนฯหรือไม่ และอย่าให้เงินเข้ามามีอำนาจเหนือระบอบประชาธิปไตย
“นโยบายคนละครึ่งไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ไม่ใช่นโยบายที่มีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งนำไปหาเสียงตั้งแต่แรก หากนำไปอ้างเป็นนโยบายส่วนตัวถือว่าเป็นการลักวิ่งชิงปล้นกลางแดด” นายจุรินทร์กล่าว


