WHO เผยโอมิครอนอาจคร่าคนไม่ฉีดวัคซีน ฟิลิปินส์ห้ามคนไม่ฉีดวัคซีนขึ้นรถสาธารณะ ไทยยังพบติดเชื้อโควิด 8,167 ราย ชลบุรี-เชียงใหม่ ทวงแชมป์ ติดเชื้อใหม่ 832 ราย
เมื่อวันที่ 13 มกราคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก มียอดผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 3,145,916 ราย มียอดรวม 317,525,627 ราย รักษาหายแล้ว 1,064,236 ราย เสียชีวิตรวม 8,032 ราย โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 64,344,694 ราย อินเดีย 36,312,486 รย บราซิล 22,718,606 ราย สหราชอาณาจักร 14,862,138 ราย และฝรั่งเศส 12,934,982 ราย สำหรับประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 26 มีจำนวนผู้ป่วยสะสม 2,300,457 ราย (ยอดป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563)

สำหรับประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศ ด้านองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ออกมาเปิดเผยว่า เชื้อไวรัสโอมิครอนอาจคร่าชีวิตคนไม่ฉีดวัคซีน ผู้สูงอายุ และคนมีโรคประจำตัว โดยโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยจนเสียชีวิตได้ในกลุ่มคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว นพ.ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการ ฉุกเฉินของ WHO กล่าวว่า คนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะป่วยหนักและเสียชีวิตจากโอมิครอน
“โอมิครอนยังคงเป็นภัยที่ยิ่งใหญ่ต่อชีวิตและสุขภาพ” นพ.ไรอันกล่าว และว่า ในทางกลับกัน คนที่ฉีดวัคซีนแล้วจะมีอาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อยหากติดเชื้อโอมิครอน
ด้านหัวหน้าเทคนิคของ WHO ด้านการรับมือโควิด-19 กล่าวว่า ผู้สูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัวจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะเสียชีวิตจากโอมิครอนเมื่อเทียบกับคนกลุ่มอื่นๆ อัตราการเสียชีวิตจากโอมิครอนจะเพิ่มขึ้นตามอายุ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากบางประเทศที่ชี้ว่าคนที่มีโรคประจำตัวอย่างน้อย 1 โรค จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการป่วยจนเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิต ทั้งนี้ มีประชาชนเสียชีวิตจากโควิดในช่วงโอมิครอนระบาดในสัดส่วนที่ลดลง และความเสี่ยงโดยรวมที่จะป่วยร้ายแรงและป่วยจนเข้าโรงพยาบาลนั้นก็ต่ำกว่าสายพันธุ์เดลต้า อย่างไรก็ดี โอมิครอนที่รุนแรงน้อยลงก็ไม่ได้แปลว่าจะทำให้ป่วยเล็กน้อยเสมอไป

ส่วนในประเทศฟิลิปปินส์ ประกาศห้ามประชาชนที่ไม่ฉีดวัคซีนเข้าใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะในกรุงมะลิลา หลังจากที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต มีคำสั่งให้ใช้มาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมการเดินทางเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทรวงคมนาคมฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ว่า ผู้ที่จะเข้าใช้บริการจะต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนก่อนที่จะขึ้นรถประจำทาง, รถไฟ และรถยนต์ประเภทอื่นๆ ในระบบขนส่งสาธารณะในกรุงมะนิลา นโยบาย “ไม่ฉีดวัคซีน ไม่มีสิทธิขึ้นรถ” (No Vaccination, No Ride) จะบังคับใช้ในกรุงมะนิลาภายใต้มาตรการเฝ้าระวังสูงระดับที่ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ
รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ออกมาตรการควบคุมที่เข้มงวดสำหรับผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทำสถิติสูงสุดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในกรุงมะนิลาพุ่งขึ้นอย่างมาก โดยสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคธุรกิจ ตั้งแต่ภาคธนาคารไปจนถึงสายการบิน นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ชั่วโมงการซื้อขายในตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ลดลงด้วย

โดยในประเทศไทย จำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี พบผู้ติดเชื้อ 832 ราย กรุงเทพมหานคร พบผู้ติดเชื้อ 790 ราย สมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อ 625 ราย นนทบุรี พบผู้ติดเชื้อ 468 ราย ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อ 381 ราย ขอนแก่น พบผู้ติดเชื้อ 337 ราย อุบลราชธานี พบผู้ติดเชื้อ 281 ราย นครศรีธรรมราช พบผู้ติดเชื้อ 216 ราย ปทุมธานี พบผู้ติดเชื้อ 184 ราย และเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อ 832 ราย
สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อประจำวันนี้ (13 ม.ค.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,167 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวัง และระบบบริการฯ จำนวน 7,784 ราย จากการค้นหาเชิงรุกจำนวน 78 ราย จากเรือนจำจำนวน 66 ราย และผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศจำนวน 239 ราย ซึ่งทำให้มีจำนวนผู้ป่วยรวมสะสม 77,022 ราย ส่วนตัวเลขผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 คือ 2,300,457 ราย ในส่วนของผู้ที่หายป่วยวันนี้ มีจำนวน 3,845 ราย รวมหายป่วยสะสม 39,486 ราย หายป่วยสะสมรวมตั้งแต่ปี 2563 คือ 2,207,980 ราย มีผู้ป่วยที่กำลังเข้ารับการรักษาอยู่ 70,594 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยอาการหนัก 520 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 110 ราย สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิตในวันนี้มีจำนวน 14 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 185 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.24

สำหรับสถานการณ์การฉีดวัคซีน ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้วรวม 107,771,259 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 เพิ่มขึ้น 49,703 ราย คิดเป็นร้อยละ 71.7 ของจำนวนประชากรทั้งหมด เข็มที่ 2 เพิ่มขึ้น 116,093 ราย คิดเป็นร้อยละ 65.5 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และเข็มที่ 3 เพิ่มขึ้น 333,559 ราย คิดป็นร้อยละ 12.4 ของจำนวนประชากรทั้งหมด
สำหรับรายงานผู้เสียชีวิตทั้ง 14 ราย แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 1 ราย นครราชสีมา 3 ราย อุบลราชธานี 1 ราย นครสวรรค์ 1 ราย อุทัยธานี 1 ราย ปัตตานี 1 ราย ยะลา 1 ราย สงขลา 1 ราย สตูล 1 ราย จันทบุรี 1 ราย ชลบุรี 1 ราย และพระนครศรีอยุธยา 1 ราย โดยเป็นชาย 8 ราย หญิง 6 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยของผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 69 ปี (32-87 ปี)
ในส่วนของผลการดำเนินงานรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร พบว่า มีผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-13 ม.ค. วันนี้พบว่าติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 239 ราย โดยในจำนวนผู้ติดเชื้อนั้นผ่านเข้าราชอาณาจักรผ่านระบบ Test & Go 107 ราย ระบบแซนด์บ็อกซ์ 104 ราย ระบบการกักตัว 28 ราย


