‘หมอวรงค์’สวนทนาย’ปู’ เปรียบเทียบคดีจำนำข้าวกับคดีปกป้องค่าเงินบาทไม่ได้

7.10.16 | 18:17 น.

“หมอวรงค์” สวนทนาย “ปู” เปรียบเทียบคดีจำนำข้าวกับคดีปกป้องค่าเงินบาทไม่ได้ อย่าทำให้สังคมเข้าใจผิด เชื่อศาลไม่คุ้มครองโครงการการทุจริต

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปรียบเทียบคดีจำนำข้าว กับคดีปกป้องค่าเงินบาทของนายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ดำเนินการแล้วขาดทุน แต่ศาลฎีกายกฟ้องว่า ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ละความพยายามที่จะให้สังคมเข้าใจผิด เรื่องจำนำข้าว โดยหวังให้เข้าใจว่าถูกกลั่นแกล้ง อ้างว่ากรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายเริงชัย มีการคิดกำไรขาดทุนและเกิดจากการดำเนินนโยบายเหมือนกันนั้น ซึ่งสองเรื่องนี้มีความต่างกัน ที่ผ่านมามีการทักท้วง ตักเตือน การดำเนินนโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องการทุจริต เท่ากับว่าเม็ดเงินที่จ่ายลงไปไม่ถึงมือชาวนาทั้งหมด ส่วนที่ไม่ถึงมือชาวนา มีการทุจริตเกิดขึ้น รวมทั้งมีการปล่อยให้มีการทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีด้วย ความเสียหายนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ แต่คดีของนายเริงชัย ไม่ปรากฏว่า มีหน่วยงานราชการ ตักเตือน ท้วงติงเรื่องการทุจริตตั้งแต่ต้น และตลอดการดำเนินการ ไม่มีการกล่าวหาว่าพบการทุจริตเพื่อหาประโยชน์


นพ.วรงค์กล่าวว่า ส่วนที่อ้างว่าศาลฎีกาได้วางบรรทัดฐานแล้วว่า การปฏิบัติหน้าที่ต่อการตัดสินใจในด้านนโยบาย แม้จะต้องสูญเสียเงินไป ก็ไม่ถือเป็นความเสียหาย ไม่สามารถคิดเป็นกำไร ขาดทุนได้ ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องการดำเนินนโยบายที่ต้องสูญเสียนั้น ทุกฝ่ายเห็นด้วย เพราะทุกนโยบายต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณ แต่การดำเนินนโยบายที่เอื้อต่อการทุจริต รวมทั้งมีการเตือนว่ามีการทุจริตก็ไม่เคยสนใจ ส่วนนี้ต่างหากที่เป็นปัญหา เชื่อว่าศาลฎีกาไม่คุ้มครองการทุจริต ส่วนที่อ้างว่ารัฐบาลนี้ไม่ให้ความเป็นธรรมต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะจะใช้วิธีออกคำสั่งทางปกครอง ตนขอแจงว่าการออกคำสั่งดังกล่าว มี พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่มารองรับ การดำเนินคดีจำเลยแต่ละคนต้องดูความเหมาะสมต่อรูปคดี ไม่ใช่ปล่อยให้จำเลยเป็นคนเลือกว่าขอขึ้นศาลไหนก็ได้ ที่สำคัญศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า คดีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่จากการปฏิบัติหน้าที่ ที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ศาลยุติธรรมจึงไม่มีอำนาจรับคดีนี้ไว้พิจารณา หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้

นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า ส่วนที่อ้างว่าการออกคำสั่งตามมาตรา 44 จะให้กรมบังคับคดี ยึด อายัดทรัพย์ ขายทอดตลาด โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม เป็นการเจาะจงใช้เฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น ในกรณีนี้ การใช้มาตรา 44 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว หากเป็นไปตาม พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิด แม้ไม่มีมาตรา 44 การยึด อายัดก็เกิดขึ้นได้โดยคำสั่งดังตาม พ.ร.บ.รับผิดฯ เพียงแค่ให้กรมบังคับคดีมาทำหน้าที่แทนกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น ไม่ได้ใช้อำนาจพิเศษใดๆ กลั่นแกล้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่สำคัญ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสิทธิที่ขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองได้ เรื่องนี้ทุกภาคส่วนต้องติดตามคดีจำนำข้าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบิดเบือนข้อเท็จจริง คาดว่าการบิดเบือนจะร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง ในช่วงมีการลงนามคำสั่งทางปกครองคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวงเงิน 35,717 ล้านบาท เร็วๆ นี้