หน้าแรก การเมือง ป.ป.ช.ตีตก คด...

ป.ป.ช.ตีตก คดี’ปู’ไม่เปิดราคากลาง ยกคำร้องกล่าวหา’บิ๊กโอ๋’ถอดยศ’มาร์ค’

7.10.16 | 18:20 น.
สรรเสริญ พลเจียก
สรรเสริญ พลเจียก

ป.ป.ช. ตีตก คดี ปู ไม่เปิดราคากลาง ยกคำร้อง กล่าวหา “บิ๊กโอ๋” ถอดยศ “มาร์ค”

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 ในการให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ราคากลาง ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้ว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ข้อกล่าวหาตกไป จากการไต่สวนข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยพบว่า ครม.รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีมติ ครม. วันที่ 17 กรกฎาคม 2555 ให้กระทรวงคลังไปหารือกับ ป.ป.ช. เพื่อหาแนวทางตอบสนองมาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริตให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล และ ป.ป.ช. จากนั้น ครม.จึงมีมติวันที่ 12 ก.พ.2556 ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติตามแนวทางการเปิดเผยราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างตามแนวทางที่กระทรวงคลังเสนอ โดยหน่วยงานใดมีความพร้อมให้ดำเนินการทันที ส่วนหน่วยงานใดที่ไม่มีความพร้อมให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบ จึงยังรับฟังไม่ได้ว่า มีการกระทำความผิด ถือว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล

นายสรรเสริญกล่าวว่า ส่วนการไต่สวน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการถอดยศและมีคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากราชการ กรณีใช้เอกสารราชการปลอมในการเข้ารับราชการนั้น ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติยกคำร้อง เนื่องจากพบว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาถอดยศนายอภิสิทธิ์ดำเนินการตามขั้นตอนราชการ มีการตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของเอกสาร และให้สิทธินายอภิสิทธิ์เข้าชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมการฯ ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่า ได้รวบรวมพยานหลักฐานโดยมิชอบ ขณะนั้นนายอภิสิทธิ์ยังเป็นนายทหารนอกราชการ สังกัดจังหวัดทหารบกกรุงเทพ ซึ่งผลการสอบสวนของคณะกรรมการฯ พบว่านายอภิสิทธิ์กระทำผิดวินัยทหารร้ายแรง จึงเสนอให้สมควรปลดออกจากราชการ ประกอบกับศาลแพ่งมีคำพิพากษาประเด็นดังกล่าวว่าคำสั่งให้ปลดออกจากราชการเป็นคำสั่งโดยชอบแล้ว จึงไม่พบว่า พล.อ.อ.สุกำพลสั่งการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฯ การมีคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ออกจากราชการ เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ข้อกล่าวหาตกไป

นายสรรเสริญกล่าวว่า ขณะเดียวกันที่ประชุม ป.ป.ช.ยังมีมติยกคำร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ กรณีถูกยื่นถอดถอนข้อหาส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จากการมีแนวคิดจะซื้อหุ้นของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) คืนจากบริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ จำกัด ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลบางกลุ่มได้รับประโยชน์จากการซื้อขายหุ้นดังกล่าว จากการไต่สวนพบว่า แนวทางการซื้อสินทรัพย์ดาวเทียมไทยคมคืนจากผู้ถือหุ้นเดิม เป็นการหารือในเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมหลายประเด็น และในที่สุดรัฐบาลไม่ได้ซื้อกิจการดาวเทียมไทยคมคืนจากบริษัท เทมาเส็กฯแต่อย่างใด ส่วนการให้สัมภาษณ์ของทั้งสามคนเรื่องแนวคิดที่รัฐบาลจะซื้อกิจการดาวเทียมไทยคมคืนนั้น ไม่พบว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้บุคคลบางกลุ่มให้ได้รับประโยชน์จากการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยคมฯ และไม่พบว่ามีบุคคลในรัฐบาลมีการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยคม จึงรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนมีพฤติการณ์กระทำผิดตามข้อกล่าวหา มีมติเอกฉันท์ว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป