ศาลจังหวัดอยุธยาให้ปล่อยชั่วคราว ‘รุ้ง ปนัสยา’ ทนายเล็งยื่นขอปลดล็อกเงื่อนไขศาลอาญาใต้ต่อ

13.01.22 | 16:48 น.

ศาลจังหวัดอยุธยาให้ปล่อยชั่วคราว ‘รุ้ง ปนัสยา’ ทนายเล็งยื่นขอปลดล็อกเงื่อนไขศาลอาญาใต้ต่อ

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 มกราคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้อ่านคำสั่งคำร้องที่ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” แกนนำราษฎร ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อในคดีชุมนุม “อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป” เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563 หลังทนายยื่นขอประกันตัวเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา


โดยภายหลังฟังคำสั่ง นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ กล่าวว่า ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จากเดิมที่ครบกำหนดวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ไปจนกว่าการพิจารณาคดีจะเสร็จสิ้น ซึ่งนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานวันที่ 8 ก.พ.นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขอื่น ยกเว้นเรื่องห้ามไปกระทำการใดๆ ให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามไปร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายต่อบ้านเมือง และห้ามออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล โดยให้อาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ เป็นผู้ดูแลให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เพราะฉะนั้น ก็มีเฉพาะศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ห้ามออกจากบ้าน ติดกำไลข้อเท้าอีเอ็ม ก็อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียน เพราะว่าช่วงนี้เป็นปีสุดท้ายก่อนจะเรียนจบ เช่น กลับบ้านไม่ทัน 6 โมงเย็น ต้องไปลงพื้นที่ค้างคืนที่ต่างจังหวัด คงจะปรึกษากับพ่อแม่ของ น.ส.ปนัสยา แล้วอาจจะทำหนังสือชี้แจงขอความกรุณาจากศาลอาญากรุงเทพใต้ให้ช่วยลดเงื่อนไขได้ไหม เพราะเราก็ไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขอะไร

น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง กล่าวว่า ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้ประกันโดยไม่กำหนดระยะเวลา ให้ปลดกำไลข้อเท้าอีเอ็มได้ และไม่จำกัดเวลาการอยู่ที่บ้าน ทั้งนี้ แต่ละศาลมีคำสั่งไม่เหมือนกัน ดังนั้น ต่อไปในอนาคตก็อาจจะนำคำสั่งของแต่ละศาลในวันนี้ไปยื่นต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อดำเนินการขอปล่อยชั่วคราว หรือขอปลดล็อก คลายเงื่อนไข หรือถอดกำไลอีเอ็ม

“ตอนนี้เปิดเทอมแล้ว ก็เรียนตามปกติ ช่วงนี้เรียนออนไลน์อยู่ ต้องไปมหาวิทยาลัยบ้าง มีธุระจำเป็นก็ค่อยไปเรียนกับเพื่อนๆ ส่วนเรื่องกำหนดระยะเวลาออกจากบ้านนั้น เราเรียนสังคมวิทยา เรียนภาควิจัยด้วย ต้องหาข้อมูล หรือว่าเก็บข้อมูลลงพื้นที่บ่อย ซึ่งช่วงที่มีปัญหาโควิด-19 อาจทำให้ลงพื้นที่ไม่ได้ แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น คิดว่าอาจจะมีการลงพื้นที่ไปทัศนศึกษากันอีกรอบหนึ่ง คิดว่าเมื่อถึงตอนนั้นแล้วจะไม่มีการกำหนดระยะเวลาการอยู่ในบ้าน เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคิดว่าจะเป็นปัญหามากต่อการเรียนในรายวิชา ซึ่งตอนนี้ยังเรียนไม่จบ เรียน 4 ปีครึ่ง ยังเหลือเทอมนี้และเทอมหน้าอีก” น.ส.ปนัสยากล่าว

Advertisement