‘ณัฐวุฒิ’ ซัด 8 ปีประยุทธ์ อยู่ทำไม คนติดโควิด หมูเป็นอหิวาต์ การเมืองก็ห่าลงไม่เลิก

13.01.22 | 19:12 น.

‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ ชี้ ‘อหิวาต์หมู’ คือใบเสร็จความล้มเหลวรัฐราชการ ซัด ‘การเมืองบิดเบี้ยว-กติกาฉ้อฉล’ ต้นตอ ‘รัฐบาล’ ไม่เห็นหัวประชาชน ส่งผลทำให้ผู้คนเดือดร้อนแสนสาหัส ชี้ 8 ปีประยุทธ์ คนเป็นโควิด หมูเป็นอหิวาต์ การเมืองก็ห่าลง

เมื่อวันที่ 13 มกราคม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.) กล่าวถึงสถานการณ์โรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่ส่งผลกระทบทำให้หมูขาดตลาดและราคาหมูแพงเข้าขั้นวิกฤตว่า ตั้งแต่ปี 2561 มีข่าวการตรวจพบเชื้ออหิสวาต์สุกรในประเทศจีน หลังจากนั้นมีการระบาดแพร่กระจายขยายตัวออกมาในหลายประเทศ จนเมื่อเดือนเมษายน 2562 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ขอความเห็นชอบประกาศการเฝ้าระวังป้องกันโรคอหิวาต์หมูเป็นวาระแห่งชาติ จากวันนั้นจนถึงวันนี้มีการขอความเห็นชอบที่ประชุม ครม.อนุมัติงบประมาณดำเนินการเรื่องนี้รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ในวงเงินกว่า 1,500 ล้านบาท แต่นั่นเป็นการทำกันเอง รู้กันเอง อนุมัติกันเองระหว่างส่วนราชการและฝ่ายบริหารเท่านั้น ประชาชนคนไทยพึ่งทราบเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐเมื่อวันที่ 11 มกราคมเองว่าตรวจพบเชื้ออหิวาต์หมูในไทย ซึ่งกว่าจะรู้ความจริง ผู้คนเกิดความเสียหายบานปลายใหญ่โต หมูตายคาโรงเรือนและเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูกำลังจะตายคาครัวเรือน เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ คำถามคือ ใครคือคนรับผิดชอบหลักต่อความเสียหายนี้

“แน่นอนที่สุดส่วนราชการที่เกี่ยวข้องปฏิเสธงานในหน้าตักไม่ได้ แต่ถึงที่สุดเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ วันที่อนุมัติวาระแห่งชาติในการเฝ้าระวังป้องกันเชื้ออหิวาต์หมู พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีจากอำนาจ คสช. มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดตามมาตรา 44 อนุมัติงบทุกครั้ง ล้วนเป็นงบกลางซึ่งอยู่ในความดูแลของนายกรัฐมนตรี เฉพาะยอดแรก 53 ล้านบาทเศษ ในการเฝ้าระวังป้องกันเรื่องนี้ คำถามคือนายกรัฐมนตรีได้ติดตามสั่งการในการแก้ปัญหาเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร ผมพยายามตรวจสอบข่าวเก่าๆ ไม่ปรากฏว่ามีข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีทั้งในที่ประชุม ครม.และในที่สาธารณะอื่นใด ทุกอย่างเอาตามส่วนราชการ เห็นชอบตามที่เสนอ อนุมัติเงินให้ตามที่ขอ นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นตุ๊กตาเสียกบาลหัวโต๊ะ ครม. ไม่หือไม่อือกับปัญหานี้แต่อย่างใด

“นี่คือใบเสร็จที่ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวก เข้าสู่อำนาจบริหารประเทศภายใต้ระบบราชการ สร้างรัฐราชการซึ่งไม่ได้สะท้อนวิสัยทัศน์ และขีดความสามารถในการแก้ปัญหาของคนเป็นผู้นำ ปัญหาโรคระบาดระดับวาระแห่งชาติทำกันได้แค่นี้หรือครับ นี่ถ้าไม่จนมุม ความไม่แตกออกมาคงเป็นวาระแห่งชาติหน้า ไม่มีทางได้รู้ความจริงกันเสียที” นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องโรคระบาดทั้งคนทั้งหมู เมื่ออยู่ในมือรัฐบาลชุดนี้ค่าเท่ากันนะครับ ทำงานแบบปกปิด ยึกยักลักลั่นไม่พูดความจริงกับประชาชน แก้ปัญหาไม่เท่าทันกับความสูญเสีย โควิด-19 คนนอนตายกลางถนน อหิวาต์หมู ผู้คนเดือดร้อนของแพงทั้งแผ่นดิน ทีจะว่าคนอื่นโทษคนอื่น นายกรัฐมนตรีพูดปากฉอดๆ แต่ปัญหาใหญ่แบบนี้ไม่เคยเห็นแก้ได้เหมือนปากพูดเสียที มีบางคนวิเคราะห์กันว่า สถานการณ์หมูแพงของแพงทั้งแผ่นดินจะถึงคราวดับดิ้น นายกรัฐมนตรีจะอยู่ไม่ได้ นั่นถ้าเป็นรัฐบาลปกติของนักการเมืองโดยทั่วไปอาจจะวิเคราะห์กันในมุมนั้น แต่กับรัฐบาลชุดนี้ตนจะชี้ให้เห็นว่า ต่อให้บ้านเมืองจะพังพินาศผู้คนล้มตายเสียหายอย่างไร เขาก็จะยังอยู่ได้ นี่คือผลจากความบิดเบี้ยวทางการเมือง ความฉ้อฉลของกติกา การใช้รัฐธรรมนูญเป็นเพียงเครื่องมือในการเข้าสู่อำนาจและรักษาอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวกเท่านั้น ถ้าเป็นรัฐบาลอื่นๆ คงไปตั้งแต่โควิดรอบแรกแล้วแหละครับ แต่เป็นรัฐบาลแบบนี้ต่อให้มีความอหิวาต์ไก่ อหิวาต์เป็ด ตามมาเขาก็ยังจะหน้าด้านอยู่ เพราะเส้นทางสู่อำนาจที่แท้จริงของพวกเขาไม่ได้มาจากประชาชน แต่มาจากเส้นสนกลในที่ซ่อนไว้ในตัวกติกา คนไทย 70 กว่าล้านคน มีความหมายน้อยกว่า 250 ส.ว. และ ส.ว. 250 คน มีความหมายเพื่อคนคนเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เซ็นแต่งตั้งมา

“ผมเชื่อว่า มาถึงวันนี้คนจำนวนมากต้องการความเปลี่ยนแปลง แต่ความเป็นจริงมันเป็นเรื่องยากมากๆ ทั้งการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เปลี่ยนแปลงกติกา นี่เป็นบทเรียนที่เจ็บปวดและแสนสาหัสอย่างยิ่งของสังคมไทย ถ้ายังคิดกันไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วล่ะครับ แล้วไม่ต้องมากล่าวหาว่าผมเอาประเด็นเรื่องข้าวของแพง เรื่องหมูเป็นอหิวาต์มาโยงเข้ากับการเมืองนะครับ เพราะของจริงคือ การเมืองที่มันเหลวแหลก มันทำให้เกิดปัญหาแบบนี้ ถ้านายกฯและรัฐบาลมีศักยภาพ ทำงานได้จริง มีวิสัยทัศน์ในการมองปัญหา เผชิญหน้ากับวิกฤตได้อย่างเข้มแข็ง เรื่องราวมันจะเลยเถิดมาถึงขนาดนี้หรือครับ ลองคิดกันดูดีๆ สิครับ หมูแพงของแพงจนถึงวันนี้ มันผิดที่รัฐบาลหรือผิดที่อหิวาต์ เรากำลังเผชิญกับวิกฤตและประชาชนมีพลังน้อยเหลือเกินสำหรับจะเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหาร และผมเชื่อว่าคนจำนวนมากต้องการความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่อำนาจของประชาชนมีพลังน้อยเหลือเกินที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงภายใต้ข้อจำกัดนี้

Advertisement

“คนเป็นโควิด หมูเป็นอหิวาต์ แต่การเมืองเป็นโรคห่ามาแล้วเกือบ 8 ปี และห่ายังจะลงการเมืองอยู่แบบนี้…ไม่รู้จะอยู่ทำห่าอะไรกัน” นายณัฐวุฒิกล่าว