..ดูท่าจะไม่จบง่ายๆ ทริปฮาวาย ของ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บานทะโรคจาก ค่าเช่าเหมาลำเครื่องบิน 20 ล้าน ไปสู่ เสียงซุบซิบเรื่องรายชื่อผู้ร่วมคณะ ต่อเนื่องเข้าสู่ คำสั่งให้ยกข่าวเก่าบางข่าวที่เปิดรายรับของคนทำมาหากินบางคน คล้ายกับเรื่องที่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่อง กลับกลายเป็น ประเด็นที่ต้องตอบคำถามรายวัน และ ยิ่งตอบยิ่งขยายประเด็นไปเรื่อยๆ
…หากหลังข่าว ฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนาที่ถูกขยายมาถึงข่าว ประมูลก่อสร้างในกองทัพภาคที่ 3 ที่โยงเข้ากับบ้านพักของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ก่อให้เกิดการไหวตัวว่า สถานการณ์บางอย่างน่าจะเปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยทำอะไร หากมีปัญหาข้อครหาบ้าง จะมีเฉพาะ กลุ่มที่อยู่คนละฟากอย่างชัดเจน แต่ ณ วันนี้ กระทั่ง คนที่เคยยืนเคียงข้างอย่างไม่มีเงื่อนไข กลับกลายมา แสดงความหงุดหงิดอยู่หลายกลุ่ม น่าจะสะท้อนถึง อารมณ์ที่เปลี่ยนไป ที่ไม่เว้นแม้กระทั่งคนใกล้ชิด ควรจะเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังมากขึ้น การชี้แจง ทริปฮาวาย ก็ควรจะไหวทันมากกว่านี้
..เมื่อทางหนึ่งตัว บิ๊กป้อม ออกมาอธิบายเอง ว่าเรื่องที่ สหรัฐ ต้องการพูดคุยนั้นมีหลายเรื่อง ทำให้มีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงต้องเดินทางไป 38 คน ซึ่งเมื่อทุกคนไปทำงานย่อมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะ ปกปิดชื่อผู้ร่วมคณะ แต่การแถลงอย่างเป็นทางการของ โฆษก ปฏิเสธที่จะเปิดเผย ทำให้เกิดความรู้สึกว่าจะมี อะไรลึกลับซับซ้อน และเมื่อกลายเป็นว่า ข้อมูลจากภายในพร้อมจะหลุด การเปิดรายชื่อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ การชี้แจงกลายเป็นการตั้งรับประเด็นที่ถูกเปิด
…ไม่ว่าจะคิดอย่างไร การร้อนรนเข้าไป สั่งยกข่าวบางข่าวที่เกี่ยวข้องกับ รายได้ของคนบางคน ที่เป็น ประเด็นซุบซิบในทริปฮาวาย แทนที่จะทำให้ทุกอย่างจบ กลับทำให้เกิดคำถามตามมาอีกมากมาย แทบจะเรียกได้ว่าทำให้
ทุกย่างก้าวของคนคนนี้ กลายเป็นโฟกัสที่จะต้องเข้าไปขุดคุ้ย ซึ่งแนวโน้มประเด็นจะถูกเปิดออกมาอีกท่วม
…ที่น่าสนใจคือ ความพยายามของทีมงานที่มุ่งเคลียร์ สื่อที่ตัวเองเชื่อว่าเป็นสื่อหลัก โดยไม่ได้นึกว่า ตัวขยายผลที่แท้จริงคือ สื่อที่ควบคุมไม่ได้ เพราะส่งถึงกันเอง โดยไม่ต้องพึ่งใคร สื่อสาธารณะ เสียอีกที่นำเอา เรื่องราวที่เสนอกันเองซึ่งลามเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง นั้น มานำเสนอให้หาทางตั้งรับ การทำงานด้านการข่าว ที่มุ่งปิดข่าวในสื่อสาธารณะ ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น รังแต่จะทำให้ ความเชื่อในข่าวซุบซิบ ก่อตัวเป็นจริงเป็นจังขึ้น และเมื่อถึงวันหนึ่งไม่ว่าเรื่องราวใดก็ตาม หากแปลจาก ข่าว กลายเป็น ความเชื่อ การชี้แจงจะยิ่งไม่มีประโยชน์
…สรุปรวมความแล้ว การตั้งรับข่าวด้วยท่าทีที่เน้นความพยายามจะปิดข่าว ไม่เพียงไม่มีประโยชน์ แต่กลับกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ประเด็นขยายไปไม่รู้จบ กระทั่ง 20 ล้าน ที่ การบินไทย แถลงเองว่าเป็น ราคากลาง แต่ไม่บอกว่า จ่ายจริงเท่าไร เป็น ค่าอะไรบ้าง แทนที่จะทำให้เกิดผลในทางเยียวยาความสงสัย กลับกลายเป็นเรื่องที่ถูกตั้งคำถามทำนอง โปร่งใสแล้วจะปกปิดทำไม ที่สุด ประเด็นที่ถูกทำให้คลุมเครือ เป็นปัญหาให้เกิดทรรศนะในด้านที่ไม่เข้าใจเสียมากกว่า หลังจากงานนี้ คงจะต้องมีการทบทวนการตั้งรับ ข่าวลบ กันให้จริงจังขึ้น
…จาก ฝายแม่ผ่องพรรณ ถึง ทริปฮาวาย น่าจะบอกอะไรได้มากมายว่า ความสามารถในการตั้งรับข่าวลบของทีมงาน คำถามที่คงละเลยไม่ได้คือ ข่าวที่ส่งกระแสในด้านลบ จึงประเดประดังออกมามากขึ้น ซ้ำด้วย ข้อมูลภายใน เอง เป็นไปได้หรือไม่ว่าความเข้าใจของทีมงาน เป็น คนละอารมณ์กับความรู้สึกของประชาชนทั่วไป แล้ว
…หนังสือน่าอ่าน ชีวิตของประเทศ นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ชาติไทย ผลงานของ วิษณุ เครืองาม สองเล่มหนาๆ วางแผงแล้ว พร้อมๆ กับ สีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ และ ศาสตร์แห่งโหร 2560
ชโลทร








