กรณี “การแพร่ระบาดของอหิวาต์สายพันธุ์แอฟริกา” ในหมู กำลังจะเป็นบททดสอบอันแหลมคมยิ่งในทางการเมือง
ไม่เพียงต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังเป็นการทดสอบเอกภาพและความแข็งแกร่งอย่างเป็น “มืออาชีพ” ของพรรคร่วมฝ่ายค้านซึ่งนำโดย พรรคเพื่อไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ใครก็ตามที่ติดตามการแสดงบทบาทของพรรคเลเบอร์แห่งสหราชอาณาจักรในเวทีรัฐสภาของอังกฤษย่อมสัมผัสได้ในจิตวิญญาณประชาธิปไตยอันเต็มเปี่ยม
ที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาดก็คือ กรณีของอังกฤษกับกรณีของไทยเป็นเรื่องเดียวกัน นั่นก็คือ การปกปิดข้อมูล เพียงแต่ของอังกฤษอยู่ในพื้นที่ของ”ล็อคดาวน์” ขณะที่ของไทยอยู่ที่”โรคระบาดในหมู”
บทบาทของ“สื่อ”ได้นำร่องไปแล้วด้วยความวีระอาจหาญ
ณ วันนี้ บทบาทที่ “สื่อ” เคยเป็น “กองหน้า”ได้ตกอยู่บนบ่าของสมาชิกรัฐสภา ได้อยู่ในความรับผิดชอบของ”ฝ่ายค้าน”
“ฝ่ายค้าน” จะทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมได้อย่างไร
ต้องชมบทบาทของสมาชิกรัฐสภาที่เคยปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นบทบาท ของ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แห่งพะเยาจากเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น บทบาทของ นายปฎิพัทธ์ สันติธาดา แห่งพิษณุโลกจากก้าวไกล
ยิ่งกว่านั้น บทบาทของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เมื่อประสานกับบท บาทของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ยิ่งมากด้วยความคึกคัก
หากฝ่ายการเมืองสามารถประสานกับบทบาทของ”สื่อ” และประสานกับ “ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทย์”จาก 14 มหาวิทยาลัย
และรวมถึงประชาคมคนเลี้ยงหมูในแต่ละพื้นที่
ประมวลและจัดข้อมูลอย่างเป็นระบบก็จะยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง ในการทะลวงเข้าไปยัง”จุดอ่อน”ของรัฐบาล
เน้นถึงกระบวนการ”ปกปิด”ข้อมูลอย่างมากด้วย”เงื่อนงำ”
สถานการณ์ ”โรคระบาดหมู” กำลังจะเป็นบททดสอบ 1 คุณภาพและ 1 ความเป็นเอกภาพ ภายในของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่ามีอยู่อย่างเป็น จริงมากน้อยเพียงใดระหว่าง”เพื่อไทย”กับ”ก้าวไกล”
กำหนดเป้าหมายร่วมกันคือ ต้องเปิดโปงความบกพร่องและเลวร้ายในการปกปิด”ข้อมูล”กระทั่งก่อภัยพิบัติอย่างร้ายแรงอย่างแจ้งชัด
กุมปลายหอกทะลวงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

