สถานการณ์ หมู ทดสอบ ชลน่าน ศรีแก้ว ทดสอบ ‘การนำ’

15.01.22 | 13:00 น.

คอลัมน์หน้า 3 : สถานการณ์ หมู ทดสอบ ชลน่าน ศรีแก้ว ทดสอบ ‘การนำ’

เด่นชัดอย่างยิ่งว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของอหิวาต์สายพันธุ์แอฟริกากำลังส่งผลสะเทือนต่อสถานะทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เพราะสะท้อน “ศักย์” ทางด้าน “การบริหาร”

เนื่องจากกระบวนการทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า ได้มีการ “ปกปิด” ข้อมูลอย่างเด่นชัดและต่อเนื่องด้วยเจตนา “เร้นลับ” บางประการ

ตั้งแต่ระดับ “กรม” ตั้งแต่ระดับ “กระทรวง”

และแม้จะมีการเสนอให้กรณีนี้เป็น “วาระแห่งชาติ” ตั้งแต่เมื่อปี 2562 แต่กระทั่งเดือนมกราคม 2565 ทุกอย่างก็ยังลึกลับ

Advertisement

เป็นความลึกลับในความรับผิดชอบของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ไม่ว่าอธิบดีกรมปศุสัตว์ ไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าคณะรัฐมนตรีทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2562 ล้วนต้องรับผิดชอบ

กลายเป็น “ความผิดพลาด” อย่างเด่นชัดภายใต้การ “ปกปิด”

ด้านหนึ่ง สถานการณ์การแพร่ระบาดของอหิวาต์สายพันธุ์แอฟริกาใน “หมู” จึงแสดงรูปธรรมอันอ่อนด้อยของรัฐบาล

แต่ด้านหนึ่งก็ท้าทายต่อ “ฝ่ายค้าน” อย่างยิ่ง

ต้องยอมรับว่า บทบาทของ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ จากพะเยาแห่งพรรคเพื่อไทยดำเนินไปในฐานะหัวหมู่ทะลวงฟัน

แต่ก็มิได้มีการรับลูกและขยายผล

ต้องยอมรับว่า ภายหลังเกิดสถานการณ์ “หมูราคาแพง” บทบาทของ “ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต” ของพรรคก้าวไกลมีความโดดเด่น

เป็น “ฐานข้อมูล” ให้กับ ส.ส.พรรคก้าวไกล

ขณะเดียวกัน การออกโรงของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ก็ดำรงจุดหมายอย่างมั่นแน่ว การออกโรงของ
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ก็กัดไม่ยอมปล่อย

คำถามอยู่ที่ 2 ส่วนนี้จะ “ประสาน” กันอย่างไร

สถานการณ์ “หมู” จึงมิได้เป็นสถานการณ์ที่เรียกร้องการตรวจสอบความรับผิดชอบต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเข้มข้น

หากแต่ยังเป็นสถานการณ์ต่อ“ฝ่ายค้าน”

คำถามก็คือ พรรคเพื่อไทยในฐานะ “ผู้นำฝ่ายค้าน” จะแสดงบทบาทในการ “นำ” ต่อสถานการณ์นี้อย่างไรจึงจะเป็น “คุณ”

นั่นก็คือ ก่อผลสะเทือนในทางการเมือง

โดยจำนวนที่พรรคเพื่อไทยดำรงอยู่สามารถ”นำเดี่ยว”ได้อย่างเต็มที่เพื่อแสดงฝีมือก่อนเข้าสู่สนามเลือกตั้ง “ใหญ่”

แต่นั่นจะยืนยันความเป็น “ผู้นำ” ได้จริงละหรือ

การนำที่มีประสิทธิภาพจึงมิได้เป็นการนำเฉพาะแต่พรรคเพื่อไทยหากแต่จะต้องประสานและร่วมมือจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นด้วย

นั่นคือ พรรคก้าวไกล นั่นคือ พรรคเสรีรวมไทย

สถานการณ์นับจากนี้เป็นต้นไปจึงเป็นบททดสอบอันทรงความหมายยิ่งต่อกระบวนการนำของพรรคเพื่อไทย

ที่สุดแล้วคือ การนำของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

นั่นก็คือจะต้องการสำแดงหลังในลักษณะการนำ “รวมหมู่” หรือว่าจะเอาแต่ความโดดเด่นของพรรคเพื่อไทยลำพังเพียงพรรคเดียว

นั่นขึ้นอยู่กับ “หัวใจ” ของพรรคเพื่อไทยจะ “ใหญ่” เพียงใด