“พปชร.-ปชป.” ชิงดำเดือดซ่อมส.ส. “สงขลา-ชุมพร”-กกต.แจกใบเหลืองส.ส.ลำปาง

15.01.22 | 08:26 น.

สรุปข่าวหน้า 1 “พปชร.-ปชป.” ชิงดำเดือดซ่อมส.ส. “สงขลา-ชุมพร” -กกต.แจกใบเหลืองส.ส.ลำปาง

วันที่ 15 มกราคม เหลืออีกแค่วันเดียวจะมีการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลา และส.ส.เขต1 ชุมพร โดยแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลคือพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กับพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ต่างลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครของพรรคอย่างเต็มที่ และโจมตีกันอย่างดุเดือด

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 มกราคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค , นายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการบริหารพรรคฯ ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อม เขต 6 สงขลา, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และส.ส.ของพรรค อีกกว่า 20 คน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อหาเสียงช่วย นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขต 6 สงขลา โดยมีประชาชนร่วมฟังจำนวนมาก ซึ่งเป็นเวทีใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนจะมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ในวันที่ 16 มกราคม

พล.อ.ประวิตร กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาพรรคพปชร.มีผลงานที่เป็นรูปธรรมให้เห็นแล้วทั้งเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง และที่กำลังดำเนินการ คือโครงการรถไฟทางคู่ที่จะเชื่อมต่อเศรษฐกิจสู่ภาคใต้

“หากนายอนุกูล ได้รับเลือกให้เข้ามาเป็นตัวแทนจะยิ่งให้การทำงานให้ประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ เพราะเป็นคนที่เข้าถึงปัญหาของคนในพื้นที่อยู่แล้ว นับเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะสานต่อแนวทางของพรรคในการพัฒนาคน เมือง และเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี” พล.อ.ประวิตร กล่าว

ส่วนที่ จ.ชุมพร ที่ลานหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมแกนนำ ผู้บริหาร และส.ส. ของพรรค อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงช่วยนายอิสรพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 ชุมพร ก่อนจะเลือกตั้งในวันที่ 26 มกราคมนี้ โดยมีชาวชุมพรมาร่วมรับฟังการปราศรัยอย่างคับคั่ง

Advertisement

นายจุรินทร์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า นายอิสรพงษ์ กับนายชุมพล จุลใส หรือลูกหมี อดีตส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ จับมือทำงานเหมือนเป็นคนเดียวกัน ถ้าเลือกนายอิสรพงษ์เหมือนได้นายชุมพลอีกคนหนึ่ง เรียกว่ากำไรสุดๆ

“โครงการคนละครึ่ง ตอนนี้กำลังเป็นข่าวใหญ่ เพราะผมเปิดเผยความจริงว่าโครงการคนละครึ่งไม่ใช่นโยบายของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นของรัฐบาลผสมที่มีหลายพรรคมาร่วมเป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้น ใครที่บอกว่าโครงการคนละครึ่งเป็นนโยบายของเขา หรือไม่เลือกเขา โครงการคนละครึ่งโดนยกเลิกแน่นอนนั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง”นายจุรินทร์กล่าวและว่า ก่อนหน้านี้ คนมีสีเข้ามาป้วนเปี้ยนในพื้นที่ ประกอบกับบางพรรคออกมาประกาศว่าเลือกตั้งเที่ยวนี้แพ้ไม่ได้ สะท้อนว่าจะมีการทำทุกวิถีทางขอให้ได้ชัยชนะ เป็นสิ่งที่คนชุมพรจะยอมไม่ได้

วันเดียวกัน เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัยกกต.กรณีมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้มีการเลือกตั้งส.ส.ลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 4 ใหม่แทนนายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และให้ดำเนินคดีอาญากับนางเกี๋ยงมา ปุพพโก จากกรณีกกต.สอบสวนแล้วเห็นว่า วันที่ 19 มิถุนายน 2563 ที่บ้านของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต.ล้อมแรดอ.เถิน จ.ลำปาง นางเกี๋ยงมา มอบธนบัตรซึ่งเย็บติดกัน 2 ชุดๆละ 300 บาทให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจริง

จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอประกอบคำร้อง ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่างนางเกี๋ยงมา กับผู้สิทธิเลือกตั้ง นางเกี๋ยงมาพูดว่า”ฝากให้แม่ด้วย” และผู้มีสิทธิเลือกตั้งถามว่า”เบอร์อะไร”นางเกี๋ยงมา ตอบว่า”เบอร์ 1″ พร้อมทั้งชูมือเป็นสัญลักษณ์หมายเลข 1 โดยไม่ปรากฏข้อความใดที่เป็นการกล่าวถึงการชำระค่าอาหาร ตามที่นางเกี๋ยงมา กล่าวอ้าง อีกทั้ง จากการไต่สวนมารดาของผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนดังกล่าวให้ถ้อยคำยืนยันว่า ธนบัตร 600 บาทไม่ใช่ค่าอาหาร ที่นางเกี๋ยงมาว่าจ้างให้ทำไปส่งให้กับน้องชายของนางเกี๋ยงมา โดยนางเกี๋ยงมาได้มาสอบถามเกี่ยวกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบ้านและมารดาของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ให้หมายเลขประจำตัวประชาชนของตนเองและบุตรชายกับนางเกี๋ยงมาไปก่อนที่จะมีการว่าจ้างให้ทำอาหาร

“ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงฟังได้ว่านางเกี๋ยงมาให้เงิน 600 บาท กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งดังกล่าวจริงเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งให้กับนายวัฒนา ตามข้อกล่าวหา จึงเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่านางเกี๋ยงมา ทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจะเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่นายวัฒนา ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส มาตรา 73(1) โดยนายวัฒนาได้รับประโยชน์ในการเลือกตั้งจากการกระทำของนางเกี๋ยงมา เป็นเหตุให้การเลือกตั้งส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 4 จ.ลำปางแทนตำแหน่งที่ว่าง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม”
ส่วนที่มีการร้องว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยไม่ชอบเพื่อเป็นคุณเป็นโทษให้กับผู้สมัคร สัญญาว่าจะให้ให้ทรัพย์สินจูงใจ ให้เลือกนายวัฒนา รวมทั้งหมด 4 ข้อกล่าวหานั้น กกต.เห็นว่าข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าร.อ.ธรรมนัส กระทำการตามที่กล่าวหา จึงมีมติให้ยกคำร้อง