ทัวร์ป้อม20ล. สตง.การันตีไม่เว่อร์ เสิร์ฟคาเวียร์จริง-เมนูปกติ ยันไร้ชื่อนักข่าว-เอกชนดัง

สตง.การันตีทริป”บิ๊กป้อม”บินฮาวาย ไม่เว่อร์ แจงค่าเช่าเหมาลำ 20 ล้านพอๆ กับบินตามปกติ รับมีเสิร์ฟ”ไข่ปลาคาเวียร์”ให้วีไอพี 9 คน


สตง.ชี้ทริป”บิ๊กป้อม”ไม่เกินเหมาะสม

ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณในการเดินทางไปประชุมที่ฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และคณะ ว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีการทุจริตการใช้เงิน และไม่ได้เกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดิน เพราะเป็นการเดินทางตามคำเชิญของสหรัฐ

“เท่าที่ดูค่าใช้จ่ายในการเดินทางประเมินไว้กว่า 20 ล้านบาท ในชั้นนี้คงไม่มีอะไรเกินเหมาะสม เพราะถ้าไม่เช่าเหมาลำ การเดินทางระดับวีไอพีต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5-6 แสนบาท/คน เมื่อคิดจำนวนคนเดินทาง 38 คน เป็นค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกับเช่าเหมาลำ หากไม่เช่าเหมาลำต้องเสียเวลาเดินทางประมาณ 16-33 ชั่วโมง เนื่องจากต้องต่อเครื่องบินหลายรอบ เพราะไม่มีบินตรง แล้วถ้าบินโดยไม่ใช้สายการบินแห่งชาติคงไม่เหมาะสม เพราะการเดินทางครั้งนี้ถือเป็นตัวแทนประเทศ ถ้าลงจากเครื่องบินแล้วไม่ใช่ของสายการบินของไทย ในทางการทูตคงดูไม่ดี” นายพิศิษฐ์กล่าว

ยันค่าเหมาลำ20ล.ไม่ผิดปกติ

นายพิศิษฐ์กล่าวว่า สตง.เข้าไปดูรายชื่อผู้เดินทางไป 38 รายแล้ว พบว่าไม่ตรงกับรายชื่อที่หลุดออกมาตามสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ แต่ สตง.คงไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อที่มีในมือให้ทราบได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของความมั่นคง ไม่สมควรนำไปเผยแพร่ ยืนยันว่าไม่มีชื่อ พ.ต.หญิง ชลรัศมี งาทวีสุข ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และไม่มีรายชื่อเอกชนจากเครือซีพี ส่วนที่ว่ามีรายชื่อแล้วไม่เดินทางหรือไม่นั้น คงไม่ใช่หน้าที่ สตง.ที่จะไปตรวจสอบ เพราะ สตง.จะดูเฉพาะรายชื่อที่เดินทางว่าเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมหรือไม่ เท่าที่ดูทั้ง 38 คนที่เดินทางไปเป็นบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เป็นคนที่มียศ ตำแหน่งทางทหารหรือตำรวจ มีเพียง 4 คนที่ไม่มียศ คือ นักข่าวช่อง 5, ช่างภาพช่อง 5 และเจ้าหน้าที่สำนักนายกฯ

นายพิศิษฐ์กล่าวว่า สำหรับค่าใช้จ่ายที่การบินไทยคิดจากเช่าเหมาลำ 20 ล้านบาท ครั้งนี้เมื่อเทียบกับการเดินทางที่ผ่านมาของผู้นำรัฐบาล ไม่มีอะไรที่ผิดปกติ การบินไทยคิดค่าใช้จ่ายในอัตราราชการ

รับมีเสิร์ฟ”ไข่ปลาคาเวียร์”9วีไอพี

“ส่วนค่าอาหาร 6 แสนบาทนั้นเป็นการประเมินไว้เบื้องต้น เท่าที่ดูพบว่ามีการเสิร์ฟไข่ปลาคาเวียร์ สำหรับผู้โดยสาร 9 คน ที่นั่งชั้นเฟิร์สต์คลาสจริง ซึ่งแล้วแต่ผู้โดยสารจะปฏิเสธว่าจะรับประทานหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเสิร์ฟไข่ปลาคาเวียร์นั้นเป็นมาตรฐานการบริการของสายการบินอยู่แล้ว แม้จะไม่รับประทานก็คิดค่าใช้จ่ายอยู่ดี เหมือนกรณีไปนั่งรถ บ.ข.ส.แล้วเสิร์ฟน้ำ ถ้าผู้โดยสารไม่อยากได้น้ำแล้วปฏิเสธไป คงไม่สามารถลดค่าตั๋วได้” นายพิศิษฐ์กล่าว

นายพิศิษฐ์กล่าวว่า ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ สตง.จะเสนอข้อมูลทั้งหมดไปยังคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) คาดว่าจะบรรจุวาระจรเข้าที่ประชุม คตง.ในวันที่ 11 ตุลาคม เพื่อให้ คตง.วินิจฉัยว่าใช้งบประมาณตรงนี้เหมาะสมหรือไม่ เพราะผู้ว่าการ สตง.คงไม่ไปฟันธง เนื่องจากที่ผ่านมาถูกวิจารณ์ว่าพิจารณาเร็วไป การเสนอข้อมูลดังกล่าวไม่รวมกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงที่การบินไทยจะเรียกเก็บ เพราะขณะนี้การบินไทยยังไม่วางบิล เนื่องจากต้องรอค่าใช้จ่ายจากต่างประเทศ อาทิ ค่าธรรมเนียมบินผ่านประเทศต่างๆ ค่าอาหารจากฮาวาย อย่างไรก็ตาม การบินไทยระบุว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะไม่เกิน 20.9 ล้านบาท หลังจากนี้หากมีข้อมูลใหม่ๆ สตง.อาจนำมาพิจารณาเพิ่มเติมได้


ปปช.ยังไม่สอบปมทริป”บิ๊กป้อม”

ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการตรวจสอบของ ป.ป.ช.กรณี พล.อ.

ประวิตร และคณะ เช่าเครื่องบินการบินไทยเหมาลำงบประมาณ 20.9 ล้านบาท ไปประชุมที่มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐ ว่า ขณะนี้ส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่กำลังพิจารณาอยู่แล้ว หากมีข้อร้องเรียนกล่าวหา ต้องดำเนินการ แต่วันนี้หน่วยงานที่มีหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ ก็ให้เขาดำเนินการไปก่อน ป.ป.ช.ต้องดูว่าเข้ากับอำนาจหน้าที่หรือไม่ ถึงแม้ว่าจะยกขึ้นมาเป็นเหตุอันควรสงสัยได้ แต่ต้องดูที่เหตุผล ดูข้อกล่าวหาต่างๆ ไม่เช่นนั้นอาจเป็นการไปล่วงละเมิด ทั้งๆ ที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. และในที่ประชุมกรรมการยังไม่มีใครหยิบยกขึ้นมาหารือ หากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบแล้วส่งมา ทาง ป.ป.ช.ต้องดูก่อนว่าเข้ากับอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือไม่

ที่สโมสรตำรวจวิภาวดี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท.รรท.ผบก.สปพ. กล่าวถึงกรณีที่มีรายชื่อเดินทางไปฮาวาย ร่วมกับ พล.ต.อ.ประวิตร ว่า ขออนุญาตไม่พูดถึง เนื่องจากไม่มีอำนาจในการชี้แจง เรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาชี้แจงไปแล้ว แต่ขอยืนยันว่าเป็นการเดินทางไปทำงานราชการ ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือกว่านี้

“ปู-พท.”สวน”ไก่อู”อย่าโยนบาป

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวกรณี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุการออกมาโจมตีกรณีการเดินทางไปประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน-สหรัฐ ที่มลรัฐฮาวายของ พล.อ.ประวิตรนั้น เป็นความพยายามจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลว่า หน้าที่ของโฆษกประจำสำนักนายกฯมีหน้าที่ชี้แจงข้อสงสัยแก่ประชาชนให้เกิดความชัดเจน ดีกว่าโยนไปโยนมา เท่ากับว่ารัฐบาลก็เล่นการเมืองเอง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.ท.สรรเสริญระบุมีความพยายามของกลุ่มการเมืองที่กำลังถูกดำเนินคดี พยายามเปิดประเด็นให้เห็นว่าฉันชั่วแกก็ชั่ว ฉันผิดกฎหมายแกก็ผิดกฎหมายเหมือนกันว่า รัฐบาลกำลังเกี่ยวแฝกมุงป่า ใช้ทั้งองคาพยพของรัฐ ทุ่มปรับแก้ไขสถานการณ์ฮาวาย 20.9 ล้านบาทจนเกินพอดีหรือไม่ พล.ท.สรรเสริญเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์แล้ว ยังใช้วิธีแบบเดิมๆ พอจวนตัวโทษใครไม่ได้ก็โยนบาปให้ฝ่ายการเมือง

“ไม่แน่ใจที่ พล.ท.สรรเสริญบอกว่าฉันชั่วแกก็ชั่ว ฉันผิดกฎหมายแกก็ผิดกฎหมายเหมือนกัน เป็นหลักการทำงานของตัว พล.ท.สรรเสริญเองหรือไม่ การคิดว่าฝ่ายการเมืองเป็นคนแฉ ถ้าคิดอย่างนั้นระวังผิดทาง ต้องปรับปรุงการข่าวครั้งใหญ่ คนในสังคมเขารู้หมดเรื่องพวกนี้ ถ้าไม่ใช่เกลือเป็นหนอน คนในถล่มกันเอง คนนอกจะไปเอาข้อมูลมาจากไหน และเตรียมตัวไว้ได้เลย เรื่องลักษณะนี้น่าจะไม่ใช่เรื่องสุดท้าย จะมีแฉมาอีกต่อเนื่อง พล.ท.สรรเสริญอาจต้องกลับไปทบทวนการทำงานในหน้าที่โดยตรงของตัวเองดีกว่าเที่ยวออกมากล่าวโทษคนอื่น” นายอนุสรณ์กล่าว

 

บทความก่อนหน้านี้รวบแล้ว! ผู้ต้องหาฆ่าปาดคอ-มือไพล่หลังคนเก็บของเก่า3ศพ ศานิตย์ รุดสอบ
บทความถัดไป“บิ๊กตู่”อ้าง หลักการอาเซียน เหตุห้ามต่างชาติเคลื่อนไหวในไทย จ่อลดการให้สัมภาษณ์