สถานีคิดเลขที่ 12 : อาฟเตอร์ช็อก โดย นฤตย์ เสกธีระ

18.01.22 | 11:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : อาฟเตอร์ช็อก การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา

สถานีคิดเลขที่ 12 : อาฟเตอร์ช็อก โดย นฤตย์ เสกธีระ [email protected]

การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา และเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 ชุมพร ดุเดือดจริงๆ

ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการปรากฏกลางดึกวันที่ 16 มกราคม

เขต 6 สงขลา น.ส.สุภาพร กำเนิดผล พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 45,576 คะแนน

ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1

ตามมาด้วย นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 40,531 คะแนน

Advertisement

คะแนนห่างกัน 5 พันคะแนน

เปรียบเทียบกับผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ซึ่ง นายถาวร เสนเนียม พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็น ส.ส.แล้วพบว่า

ครั้งนั้น นายถาวรได้ 28,465 ชนะ นายสมปอง บริสุทธิ์ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 19,317 คะแนน

ได้คะแนนมากกว่าเกือบหมื่นคะแนน

ขณะที่เขต 1 ชุมพร นายอิสรพงษ์ มากอำไพ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 49,014 คะแนน

ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1

ทิ้งห่างอันดับ 2 คือ หมายเลข 4 นายชวลิต อาจหาญ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 32,281 คะแนน

ทิ้งห่างกันหมื่นกว่าคะแนน

เปรียบเทียบกับผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ซึ่ง นายชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 42,683 คะแนน ชนะอันดับ 2 คือ นายชวลิต อาจหาญ พลังประชารัฐ ที่ได้ 32,219 คะแนน

ทิ้งห่างกันหมื่นคะแนนนิดๆ

ผลการเลือกตั้งที่ออกมาต้องแสดงความยินดีกับผู้ชนะ และเป็นกำลังใจให้ผู้ที่มีคะแนนน้อยกว่า

เพราะอย่างน้อยทุกคนก็อาสาลงมาให้ประชาชนเลือกตามระบอบประชาธิปไตย

อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งครั้งนี้หลายคนกำลังติดตาม “อาฟเตอร์ช็อก”

ทั้งนี้ เพราะการหาเสียงที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐ สู้กันเต็มพิกัด

หลายเวทีที่ขึ้นปราศรัยมีการพาดพิงไปถึงกันและกัน

ความจริงแล้ว ประชาธิปัตย์ตั้งคำถามเรื่อง “มารยาท” และโยนคำถามเกี่ยวกับ “การใช้อำนาจรัฐ” เข้าใส่

เรื่อยมาจนถึงการถล่มประเด็น “เลือกคนรวย” และ “คนละครึ่ง”

การปะทะด้วยวาทะกันหลังการเลือกตั้งคือสัญญาณกระทบกระทั่งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

เรื่องนี้อาจยุติลงได้หากมีการพูดจา แต่ก็มีโอกาสบานปลาย

สำหรับพรรคพลังประชารัฐ เดิมมีรอยแผลภายในอยู่แล้ว เมื่อเกิดความเสียหายจากความพ่ายแพ้

แผลที่ยังไม่สมานอาจจะถูกชำแหละออกมาอีก

เพราะก่อนวันเลือกตั้ง กระแสพรรคพลังประชารัฐแรงทั้ง 2 เขต

พอใกล้วันเลือกตั้ง กระแสพรรคพลังประชารัฐกลับแผ่ว

แผ่วที่ชุมพร ขณะที่สงขลายังมีความหวัง

สุดท้ายทั้งชุมพรและสงขลา พลังประชารัฐสู้ประชาธิปัตย์ไม่ได้

ทั้งๆ ที่พรรคพลังประชารัฐยกทัพใหญ่ มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคนำไปเอง

เรื่องเช่นนี้ต้องเช็กรายละเอียดกันยิบ เพื่อหาจุดโหว่

การตรวจสอบหาจุดบกพร่องอาจจะนำไปสู่การเปิดแผลเดิม

ขณะเดียวกัน ต้องรอดูผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 9 กทม.อีกยก หากสุดท้ายแล้วพรรคพลังประชารัฐเพลี่ยงพล้ำอีก

อาฟเตอร์ช็อกอาจกระทบถึงการเลือกตั้งในอนาคต

ทั้งการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เลือกตั้งนายกเมืองพัทยา รวมไปถึงการเลือกตั้งทั่วไป

อาฟเตอร์ช็อกดังกล่าว เริ่มต้นที่พรรคพลังประชารัฐ โยงไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคร่วม

และส่งผลถึงรัฐบาล ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ

อาจจะกระทบไปถึงการเมืองในปี 2565 เลยก็ได้

การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า ณ เวลานี้ ไม่มีใครเกรงใจใคร

อาฟเตอร์ช็อกหลังจากนี้คงจะเป็นเช่นเดียวกัน

ไม่มีใครกลัวใคร