สถานีคิดเลขที่ 12 : อาฟเตอร์ช็อก โดย นฤตย์ เสกธีระ [email protected]
การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา และเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 ชุมพร ดุเดือดจริงๆ
ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการปรากฏกลางดึกวันที่ 16 มกราคม
เขต 6 สงขลา น.ส.สุภาพร กำเนิดผล พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 45,576 คะแนน
ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1
ตามมาด้วย นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 40,531 คะแนน
คะแนนห่างกัน 5 พันคะแนน
เปรียบเทียบกับผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ซึ่ง นายถาวร เสนเนียม พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็น ส.ส.แล้วพบว่า
ครั้งนั้น นายถาวรได้ 28,465 ชนะ นายสมปอง บริสุทธิ์ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 19,317 คะแนน
ได้คะแนนมากกว่าเกือบหมื่นคะแนน
ขณะที่เขต 1 ชุมพร นายอิสรพงษ์ มากอำไพ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 49,014 คะแนน
ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1
ทิ้งห่างอันดับ 2 คือ หมายเลข 4 นายชวลิต อาจหาญ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 32,281 คะแนน
ทิ้งห่างกันหมื่นกว่าคะแนน
เปรียบเทียบกับผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ซึ่ง นายชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 42,683 คะแนน ชนะอันดับ 2 คือ นายชวลิต อาจหาญ พลังประชารัฐ ที่ได้ 32,219 คะแนน
ทิ้งห่างกันหมื่นคะแนนนิดๆ
ผลการเลือกตั้งที่ออกมาต้องแสดงความยินดีกับผู้ชนะ และเป็นกำลังใจให้ผู้ที่มีคะแนนน้อยกว่า
เพราะอย่างน้อยทุกคนก็อาสาลงมาให้ประชาชนเลือกตามระบอบประชาธิปไตย
อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งครั้งนี้หลายคนกำลังติดตาม “อาฟเตอร์ช็อก”
ทั้งนี้ เพราะการหาเสียงที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐ สู้กันเต็มพิกัด
หลายเวทีที่ขึ้นปราศรัยมีการพาดพิงไปถึงกันและกัน
ความจริงแล้ว ประชาธิปัตย์ตั้งคำถามเรื่อง “มารยาท” และโยนคำถามเกี่ยวกับ “การใช้อำนาจรัฐ” เข้าใส่
เรื่อยมาจนถึงการถล่มประเด็น “เลือกคนรวย” และ “คนละครึ่ง”
การปะทะด้วยวาทะกันหลังการเลือกตั้งคือสัญญาณกระทบกระทั่งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล
เรื่องนี้อาจยุติลงได้หากมีการพูดจา แต่ก็มีโอกาสบานปลาย
สำหรับพรรคพลังประชารัฐ เดิมมีรอยแผลภายในอยู่แล้ว เมื่อเกิดความเสียหายจากความพ่ายแพ้
แผลที่ยังไม่สมานอาจจะถูกชำแหละออกมาอีก
เพราะก่อนวันเลือกตั้ง กระแสพรรคพลังประชารัฐแรงทั้ง 2 เขต
พอใกล้วันเลือกตั้ง กระแสพรรคพลังประชารัฐกลับแผ่ว
แผ่วที่ชุมพร ขณะที่สงขลายังมีความหวัง
สุดท้ายทั้งชุมพรและสงขลา พลังประชารัฐสู้ประชาธิปัตย์ไม่ได้
ทั้งๆ ที่พรรคพลังประชารัฐยกทัพใหญ่ มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคนำไปเอง
เรื่องเช่นนี้ต้องเช็กรายละเอียดกันยิบ เพื่อหาจุดโหว่
การตรวจสอบหาจุดบกพร่องอาจจะนำไปสู่การเปิดแผลเดิม
ขณะเดียวกัน ต้องรอดูผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 9 กทม.อีกยก หากสุดท้ายแล้วพรรคพลังประชารัฐเพลี่ยงพล้ำอีก
อาฟเตอร์ช็อกอาจกระทบถึงการเลือกตั้งในอนาคต
ทั้งการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เลือกตั้งนายกเมืองพัทยา รวมไปถึงการเลือกตั้งทั่วไป
อาฟเตอร์ช็อกดังกล่าว เริ่มต้นที่พรรคพลังประชารัฐ โยงไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคร่วม
และส่งผลถึงรัฐบาล ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ
อาจจะกระทบไปถึงการเมืองในปี 2565 เลยก็ได้
การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า ณ เวลานี้ ไม่มีใครเกรงใจใคร
อาฟเตอร์ช็อกหลังจากนี้คงจะเป็นเช่นเดียวกัน
ไม่มีใครกลัวใคร

