เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้โพสต์ความเห็นลงเฟซบุ๊ก “Veera Somkwamkid” กรณี ป.ป.ช.ตีตกไม่สอบบิ๊กติ๊ก
ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรม พ.ศ.2551
ข้อ 5.5 การพิทักษ์และรักษาผลประโยชน์ของชาติ ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
ข้อ 6. ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่ และปลูกฝังให้ข้าราชการกระทรวงกลาโหมที่ปกครองอยู่นั้นรับทราบ และยึดถือปฏิบัติตามค่านิยมของมาตรฐานจริยธรรมอย่างเคร่งครัด
ข้อ 7. การฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามค่านิยมหลักของมาตรฐานจริยธรรมในระเบียบนี้ ถือเป็นการกระทำผิดวินัย จักต้องรับโทษหรือรับทัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร หรือแบบธรรมเนียมของข้าราชการกระทรวงกลาโหมประเภทนั้นๆ
ข้อ 9. ให้ส่วนราชการรายงานผลการปฏิบัติตามระเบียบนี้ถึงปลัดกระทรวงกลาโหม ภายในวันที่ 30 กันยายนของทุกปี โดยจัดทำบัญชีรายชื่อของผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนค่านิยมหลักของมาตรฐานจริยธรรม เหตุแห่งการฝืน และการลงโทษหรือทัณฑ์ทางวินัยที่ได้รับ
ข้อ 10. ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมรักษาการตามระเบียบนี้
ระเบียบฯนี้ออกมาใช้บังคับกับกำลังพลอย่างเคร่งครัด และให้ปลัดฯรักษาการตามระเบียบนี้ แต่ตัวปลัดฯฝ่าฝืนเสียเอง แล้วใครจะไปทำอะไรได้ พอถูกจับได้ ถูกเปิดโปง บอกใครๆ เขาก็ทำกัน นี่แหละความจริงของสังคมไทย ข้าราชการชั้นผู้น้อยเท่านั้นที่ทำความผิดแล้วมีความผิดต้องถูกลงโทษ แต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทำความผิดก็ไม่เป็นความผิด และไม่ต้องถูกลงโทษ กรณี พล.อ.ปรีชากระทำการฝ่าฝืนระเบียบฯนี้เสียเอง นายกฯประยุทธ์ก็ยังออกมาช่วยปกป้องเลย ประยุทธ์พูดหน้าตาเฉย “ใครๆ ก็ทำกัน”
ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ทำการไต่สวน ป.ป.ช.ทำการแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น แล้วรีบส่งต่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ลงมติอย่างรวดเร็ว ผลมติคือไม่พบการกระทำความผิด ป.ป.ช.ไม่กล้ารับเรื่องไว้ทำการไต่สวน เพราะการไต่สวนต้องมีคณะอนุกรรมการไต่สวน คณะอนุกรรมการมีหลายคน จะไปครอบงำ บงการไม่ได้ทุกคน หากคณะอนุฯไต่สวนตรวจพบความจริง ที่ไม่อยากจะให้พบและเป็นความผิดที่ไม่อาจบิดเบือนได้ คณะอนุฯไต่สวนก็จำเป็นต้องชี้มูลว่ามีการกระทำความผิด เมื่อเรื่องถูกส่งเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ยากที่จะไม่ชี้มูลตามที่คณะอนุกรรมการไต่สวนได้ชี้มูลมา หากเจ้าพนักงาน ป.ป.ช. และกรรมการ.ป.ป.ช. ไปช่วยเหลือให้ผู้กระทำความผิดไม่ให้ต้องได้รับโทษ ป.ป.ช.ก็จะได้รับโทษเสียเอง
ดังนั้น ไม่รับไว้ทำการไต่สวนดีที่สุด ตีตกในชั้นการแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลและไม่จำเป็นต้องนำหลักฐานอะไรมาอ้างประกอบการไม่รับไว้ทำการไต่สวน ผู้ใดก็ทำอะไร ป.ป.ช.ได้ยาก
เพราะถ้า ป.ป.ช.รับเรื่องไว้ทำการไต่สวนแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดจริง หากไม่กล้าชี้มูลเพื่อลงโทษบิ๊ก คสช.หรือน้องชายหัวหน้า คสช. ป.ป.ช.ก็อาจถูกผู้ร้องยื่นเรื่องกล่าวหาให้ ป.ป.ช.ต้องเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง แต่ถ้า ป.ป.ช.กล้าชี้มูลความผิด ก็กลัวผู้มีอำนาจไม่พอใจ และผู้มีอำนาจจะทำการเซตซีโร่ ป.ป.ช.ทั้งคณะ ดังนั้น ตีตกไม่รับไว้ทำการไต่สวน ย่อมเป็นผลดีกับ ป.ป.ช. กับผู้กระทำความผิด และไม่ขัดใจผู้มีอำนาจ ในขณะที่การกระทำดังกล่าว ชาติ (รัฐ) และประชาชนจะเสียหายอย่างไรก็ช่างมัน ใช่ไหมครับ?

