‘อนุ กมธ.ศาลฯ’ แนะ 2 แนวทางแก้น้ำมันแพง ชี้พบสัดส่วนผู้ถือหุ้นไม่สอดคล้องกับจำนวนบอร์ด

‘อนุ กมธ.ศาลฯ’ แนะ 2 แนวทางแก้น้ำมันแพง ชี้พบสัดส่วนผู้ถือหุ้นไม่สอดคล้องกับจำนวนบอร์ด หวั่นกระทบการรักษาผลประโยชน์ ปชช.

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 20 มกราคม ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.)​ กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน คณะที่ 2 กล่าวถึงผลการประชุมของคณะอนุ กมธ.ว่า ที่ผ่านมาเราได้ทราบดีอยู่แล้วว่า ปตท.มีผลกำไรเยอะและในส่วนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีผลกระทบต่อประชาชน และที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ตอบกระทู้ถามว่า ไม่สามารถนำกำไรที่มีอยู่จำนวนมากของ ปตท.มาช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นทางอนุ กมธ.จึงได้เชิญ 5 หน่วยงาน ได้แก่ ผู้แทนบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำนักคณะกรรมการกฤษฏีกา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจถึงการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการขนส่งจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น โดยได้ข้อสรุปว่าการจะนำกำไรของ ปตท.มาช่วยเหลือประชาชน สามารถทำได้ โดยถูกกฎหมาย 2 ช่องทางโดยที่ประชุมคณะอนุ กมธ.ได้มีมติเกี่ยวกับข้อเสนอในการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบดังกล่าวแก่รัฐบาล 2 ข้อเสนอ 1.ให้บริษัท ปตท. เพิ่มงบประมาณในส่วนของ CSR เพื่อนำมาใช้ในการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพง 2.ให้บริษัท ปตท.นำส่งผลกำไรจากการประกอบธุรกิจให้รัฐเพิ่มมากขึ้น เพื่อนำเงินรายได้ดังกล่าวมาช่วยพยุงราคาเชื้อเพลิง

นายอัครเดชกล่าวว่า เรายังได้พบสัดส่วนผู้ถือหุ้นไม่สอดคล้องกับจำนวนบอร์ดที่มานั่งในคณะกรรมการบริหาร โดยจริงๆ แล้ว ปตท.ถือหุ้น 51% โดยรัฐบาล แต่คณะกรรมการที่นั่งอยู่ในบอร์ด เป็นสัดส่วนของรัฐบาลเพียงแค่ 4 คน จากสัดส่วน 15 คน ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะรัฐบาลถือหุ้นใหญ่สัดส่วนในส่วนของรัฐบาลมากกว่ากึ่งหนึ่งคือ 8 คน ซึ่งตรงนี้จะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน ทั้งการมีกำไรมากไปหรือไม่ มีนโยบายที่เอื้อประชาชนหรือไม่ คณะกรรมการบริษัทก็เป็นส่วนสำคัญ ดังนั้น สัดส่วนกรรมการไม่สอดคล้องกับหุ้นที่ถือ จึงทำให้นโยบายของ ปตท.ในทุกวันนี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเต็มที่ ฉะนั้นทางอนุ กมธ.จะรับเรื่องนี้มาพิจารณาในการประชุมครั้งหน้า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon