สถานีคิดเลขที่ 12 : พรรคใหม่-อันตราย โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน
บรรยากาศการเมืองไทยกำลังคึกคักเข้มข้นอย่างมาก เฉพาะวันที่ 19 มกราคม วันเดียว มีการเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ถึง 2 พรรค โดยตอนบ่าย เปิดโฉมพรรคสร้างอนาคตไทยของ 2 กุมาร “อุตตม-สนธิรัตน์”
พอตกค่ำ เกรียวกราวร้อนแรงยิ่งกว่า คือ การเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ดีดตัวเองออกจากพรรคพลังประชารัฐ โดยอาศัยมติขับพ้นพรรค ช่วยให้ไม่ต้องสิ้นสภาพ ส.ส.
คาดว่าจะเข้าสังกัดพรรคใหม่ชื่อ “เศรษฐกิจไทย” โดยมี “บิ๊กน้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เป็นหัวหน้าพรรค
ขณะที่พรรคสร้างอนาคตไทย ที่เปิดตัวโดยมี นายอุตตม และ นายสนธิรัตน์ เป็นแกนนำแม้จะไม่มี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ผู้นำกลุ่ม 4 กุมาร มาร่วมในงาน แต่น่าเชื่อว่าคงจะปรากฏตัวในภายหลัง เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม
แต่พรรคสร้างอนาคตไทย ก็ยังต้องรอถึงเวลาเลือกตั้งใหม่ จึงจะได้ลงสนามอย่างจริงจัง
ส่วนพรรคใหม่ของ ร.อ.ธรรมนัสนั้น สามารถแสดงบทบาทในสภาได้ทันที โดยมี ส.ส.พร้อมแล้ว 21 คน
ที่สำคัญจะน่าสะพรึงกลัวอย่างมาก สำหรับรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็นที่รู้กันว่า ร.อ.ธรรมนัสเป็นคู่ขัดแย้งสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากความเคลื่อนไหวในการโหวตญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และ 5 รัฐมนตรี เมื่อต้นเดือนกันยายน 2564
แต่สุดท้ายด้วยบารมีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำให้แผนร่วมโหวตไม่ไว้วางใจนายกฯ ต้องพับไป
กระนั้นก็ตาม ความที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมจบ เดินหน้าปลด ร.อ.ธรรมนัสพ้นจากรัฐมนตรี คราวนี้ปัญหาขัดแย้งเลยยิ่งบานปลาย
การยังนั่งเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐของ ร.อ.ธรรมนัส ทำให้เสียงของรัฐบาลในสภา อยู่ในสภาพน่าหวาดเสียว
จนกระทั่งเมื่อเสร็จศึกเลือกตั้งซ่อม ที่พลังประชารัฐพ่ายแพ้ทั้งที่สงขลา และชุมพร ทำให้ ร.อ.ธรรมนัสโดนไล่บดขยี้ภายในพรรค
ในที่สุดการลงมติขับ ร.อ.ธรรมนัสกับอีก 20 ส.ส. จึงเกิดขึ้น และคือการเปิดตัวไปตั้งพรรคใหม่ของ ร.อ.ธรรมนัส
การออกไปตั้งพรรคใหม่ โดยมี ส.ส. 21 เสียงแล้วเช่นนี้ จะทำให้กลายเป็นพรรคที่มีพลังต่อรองชัดเจน ยิ่งเป็นการลดลงของเสียง ส.ส.พลังประชารัฐไปในตัวอีกด้วย
มองหมากขั้นต่อไป เห็นได้ไม่ยากว่า ถ้าจะให้พรรคเศรษฐกิจไทย ที่มี พล.อ.วิชญ์เป็นหัวหน้า มี ร.อ.ธรรมนัสนำทัพ จะให้พรรคนี้เป็น ส.ส.สนับสนุนรัฐบาลประยุทธ์ต่อไป ก็ต้องมานั่งเจรจาจัดเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับพรรคใหม่นี้ นั่นจะทำให้รัฐบาลประยุทธ์ไปต่อได้
แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมถอยให้กับ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ยอมยกเก้าอี้รัฐมนตรีให้พรรคใหม่นี้ ก็จะเกิดฝ่ายค้านใหม่ 21 เสียงทันที
เสียงรัฐบาลในสภาจะไปต่อได้หรือไม่
ตอนนี้นักวิเคราะห์ทุกสำนักจึงมองเหมือนกันคือ เบื้องหน้าการเมืองไทยเหลือแค่ 2 ทาง
ไม่ปรับ ครม.ก็ต้องยุบสภา
ท่ามกลางสถานการณ์หมูแพง สินค้าแพง ที่รัฐบาลยังแก้ไม่ตก ยิ่งทำให้ทางออกของ พล.อ.ประยุทธ์ มีน้อยนิดเต็มที

