‘ก้าวไกล’ ขนทัพแกนนำปลุกชาวหลักสี่-จตุจักร ลั่น 30 ม.ค.นี้ กาเบอร์ 6 ให้ถล่มทลาย

22.01.22 | 19:57 น.

‘ก้าวไกล’ ขนทัพแกนนำปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ปลุกชาวหลักสี่-จตุจักร ‘ธนาธร-ช่อ’ ร่วมฟัง ‘พิจารณ์’ ลั่น 30 ม.ค.นี้ กาเบอร์ 6 ให้ถล่มทลาย ตบหน้า ‘ประยุทธ์’ ให้รู้ว่าปชช.ไม่เอาแล้ว ส่ง ‘เพชร กรุณพล’ เข้าสภา สู้ศึกซักฟอกปิดจ๊อบอายุขัยรัฐบาล

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 22 มกราคม ที่ลานกีฬาชุมชนเสนานิคม 2 ซ.พหลโยธิน 34 นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่-จตุจักร พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เบอร์ 6 ปราศรัยใหญ่ครั้งแรก โดยมีแกนนำและสมาชิกพรรค ก.ก. อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรค นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. ร่วมเวทีปราศรัย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเขตจตุจักรและแฟนคลับของพรรค ก.ก. มาร่วมฟังการปราศรัยจำนวนมาก รวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ก็มาร่วมฟังปราศรัยด้วยเช่นกัน ท่ามกลางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้มข้น ทั้งการตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมฟังปราศรัย และการจัดที่นั่งฟังปราศรัยแบบเว้นระยะห่าง

โดยนายพิจารณ์ ปราศรัยว่า ความรู้สึกของผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งแต่ไม่ได้อยู่ในเขตหลักสี่-จตุจักรในโซเชียลมิเดียต่างมีความเห็นว่า รอบนี้ต้องกาเบอร์ 6 ให้ถล่มทลาย เพื่อเป็นการพิพากษารัฐบาลลุงตู่ ให้คนทั้งประเทศรู้ว่าชาวหลักสี่-จตุจักรไม่เอาแล้วกับรัฐบาลที่ล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจและโควิด ตอนนี้มีแต่วิกฤตความศรัทธาในตัวรัฐบาล ดังนั้น วันที่ 30 ม.ค.นี้ กาเบอร์ 6 กันให้ถล่มทลาย ให้ผลการเลือกตั้งรอบนี้เป็นการตบหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้รู้ว่าพี่น้องคนไทยไม่เอาแล้วกับรัฐบาลนี้

นายพิจารณ์ ปราศรัยต่อว่า สภาฯ จะครบวาระ 4 ปีในอีก 14 เดือนข้างหน้า ตนเชื่อว่าไม่มีใครอยากเห็นรัฐบาลนี้อยู่จนครบวาระ ความแตกแยกที่เกิดขึ้นภายในพรรคพปชร. ตนรู้สึกเสียใจจริงๆ แทนที่จะเอาสมาธิเอาเวลาไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนแต่กลับไปเล่นเกมการเมือง แย่งชิงอำนาจ แย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรี รวมถึงรอยร้าวที่เราเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาล จากการเลือกตั้งซ่อมที่ชุมพรและสงขลา ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ 1 ปีข้างหน้านี้มีสิ่งที่ท้าทายและรอนายกรุณพลอยู่มากมาย ได้แก่ 1.การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ซึ่งจะเป็นการเปิดโปงให้ประชาชนเห็นถึงความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำอีกของรัฐบาล ตั้งแต่ค่าครองชีพที่สูงขึ้นสวนทางกับค่าแรง รวมถึงมาตรการต่างๆ ที่ออกมาเพื่อป้องกัน โควิด-19 ก็ล้มเหลว ซ้ำเติมประชาชน 2.ประมาณเดือน พ.ค. จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ซึ่งวงเงินงบประมาณอยู่ที่ 3.185 ล้านล้านบาท นี่จะเป็นปีงบประมาณสุดท้ายของรัฐบาลประยุทธ์ ตนเชื่อว่าจะต้องมีการซุกซ่อนหมกเม็ดชนิดที่ว่าไม่เคยมีมาก่อน เพราะเขาจะต้องทำอย่างไรก็ได้ที่จะเล่นแร่แปรธาตุนำงบประมาณเพื่อชนะการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ที่ผ่านมาการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลประยุทธ์ไม่เคยเห็นหัวประชาชน รัฐบาลประยุทธ์กู้เงินเพื่อชดเชยรายได้ บวกกับ 1.5 ล้านล้านบาทที่นำมาแก้ไขวิกฤตโควิด รวมทั้งสิ้น 4 ล้านล้านบาท ถามว่าชีวิตพวกเราดีขึ้นหรือไม่ และ 3.เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ เวทีรอบนี้จะต้องเป็นฉากอวสานของรัฐบาลประยุทธ์อย่างแน่นอน เราต้องกาเบอร์ 6 เพื่อส่งนายกรุณพลเข้าไปปิดจ๊อบปิดอายุขัยของรัฐบาลประยุทธ์

“การหาผู้แทนราษฎร แน่นอนว่าถ้าเรามีนักการเมืองที่ประสบการณ์สูงก็จะเป็นเรื่องดี แต่ภายใต้ความท้าทายทั้งหมดที่กล่าวไป ตนคิดว่าอาจจะดีไม่พอ เพราะไม่ได้อยู่ที่ผู้แทนฯ คนหนึ่งคนใด แต่หมายถึงพรรคการเมือง เราจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยว พร้อมที่จะปฏิเสธผลประโยชน์ที่กองตรงหน้า แต่ยึดมั่นเอาผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ไม่ประนีประนอมหรือต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลไม่ได้มาทำการเมืองเพื่อแสวงหาอำนาจ แต่เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ การเลือกตั้งคร้ังนี้ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งซ่อม แต่คือการที่ชาวหลักสี่-จตุจักรจะบอกว่าอยากได้พรรคการเมืองแบบไหนที่จะบริหารประเทศนี้” นายพิจารณ์ กล่าว

Advertisement