นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้ความเห็น ระบุว่า รัฐบาลในขณะนั้นเลือกวิธีฟ้องศาลยุติธรรมต่อนายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ เพื่อเรียกค่าเสียหายกรณีปกป้องค่าเงินบาท เพราะเกรงขาดอายุความ แต่รัฐบาลปัจจุบันกลับเลือกวิธีใช้คำสั่งทางปกครอง ซึ่งเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร เรียกค่าเสียหายจากการบริหารนโยบายโครงการรับจำนำข้าวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายก โดยระบุ ที่เลือกวิธีใช้คำสั่งทางปกครองเกรงขาดอายุความเช่นกัน ว่า ตนเห็นว่า ไม่น่าจะใช่เหตุผลที่แท้จริง และไม่เป็นธรรมกับน.ส.ยิ่งลักษณ์
ทั้งนี้ ตนขอตั้งข้อสังเกตว่าการที่รัฐบาลนี้ใช้คำสั่งทางปกครองในการเรียกค่าเสียหายกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใน 2 ประเด็น คือ 1.รัฐบาลนี้ยึดอำนาจมาจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจทางฝ่ายบริหารในการเรียกค่าเสียหาย อีกทั้งเมื่อฝ่ายข้าราชการมีเวลาในการตรวจสอบอันจำกัด ต้องเร่งรีบ ในเวลาที่ฝ่ายบริหารมอบหมาย อาจผิดพลาด บกพร่อง ยังมีมาตรการใช้ มาตรา 44 คุ้มครอง ซึ่งทั้งสองกรณีดังกล่าว นอกจากขัดหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรงแล้ว ยังส่งผลให้ขาดความน่าเชื่อถือ ขาดความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของไทย
นายชวลิต กล่าวว่า 2.คนทั่วไปอาจไม่ทราบว่าคดีอาญาที่ฟ้องร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ได้มีข้อกล่าวหาว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ทุจริตแต่อย่างใด แต่ถูกชี้นำว่าทุจริต ว่าโกง ทั้งๆ ไม่ได้มีในข้อกล่าวหา ดังนั้น ในฐานะสมาชิกพรรคคพท.จึงขอความเป็นธรรม ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าทุจริต จึงไม่ควรมีการชี้นำใดๆ ว่าทุจริต

