เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Warong Dechgitvigrom” แสดงความเห็นทางการเมืองระบุว่า
คนของพรรคเพื่อไทย ยังคงมีความพยายามออกมาชี้นำสังคมตลอด ตามที่คาดการณ์จะยิ่งถี่ขึ้นในช่วงลงนามคำสั่งทางปกครองคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ และน่าจะลดลงในช่วง น.ส.ยิ่งลักษณ์ร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองเพราะคดีเข้าสู่ศาลแล้ว และจะร้อนแรงขึ้นมาอีก ถ้าคำวินิจฉัยของทั้งศาลศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง และศาลปกครองกรณีค่าเสียหายนั้น ฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์เสียประโยชน์ ล่าสุดพรรคเพื่อไทยชี้ว่า
1.ชี้ว่ารัฐบาลนี้มาจากการยึดอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจทางฝ่ายบริหารเรียกค่าเสียหาย เพราะขัดหลักนิติธรรมร้ายแรง แต่ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของทุกรัฐบาลที่ต้องจัดการปัญหา โดยเฉพาะการทุจริตที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชาติ ตามกระบวนการที่มีกฎหมายปกติรองรับ และให้โอกาสจำเลยขอความเป็นธรรมต่อศาล ดีกว่าบางรัฐบาลที่อ้างมาจากการเลือกตั้ง แต่เหิมเกริมในอำนาจ ทุจริตจนชาติล่มจม ถึงขนาดออกกฎหมายล้างผิดให้เจ้านายที่ทุจริตจนประเทศไปไม่รอด
2.ชี้ว่าคดีอาญาที่ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีข้อกล่าวหาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ทุจริต แสดงว่าคงไม่ทราบ ข้อกล่าวหาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นครอบคลุมมาตรา 157 ทั้งมาตรา ซึ่งรวมทั้งการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตด้วย นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา 123/1 ซึ่งการเพิกเฉยต่อการใช้อำนาจ หรือการเพิกเฉยต่อการทำหน้าที่ และมีคนได้ประโยชน์ไป นั่นคือการทุจริตตามมาตรา 123/1 ของ พ.ร.บ.ป.ป.ช.ด้วย
3.ชี้ว่าในที่สุดหากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองตัดสินว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ผิด ใครจะรับผิดชอบ แสดงว่าคงไม่ได้อ่านคำแถลงของท่านโฆษกศาลปกครอง ต่อกรณีทั้งนายบุญทรง และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งท่านกล่าวว่า แม้เรื่องดังกล่าวจะมีการฟ้องเป็นคดีอาญาไว้ในศาลยุติธรรม ก็ไม่มีผลให้ศาลปกครองต้องรอผลในคดีอาญา โดยศาลปกครองสามารถพิจารณาไปได้เลย มีคำถามกรณีที่พรรคเพื่อไทยกังวลหากศาลฎีกาตัดสินว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ผิด ท่านกล่าวว่าอาจมีปัญหาให้ต้องวินิจฉัยว่าคดีอาญาที่ยกฟ้องไปนั้นมีความผิดฐานประมาทเลินเล่อหรือไม่ เท่ากับว่าคดีอาญากับคดีความเสียหายที่เกิดจากประมาทเลินเล่อนั้นไม่เกี่ยวข้องกัน
จึงอยากฝากไปยังพรรคเพื่อไทยว่า จะชี้นำอะไรควรศึกษาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายให้ถ่องแท้ บนพื้นฐานของเหตุและผล ไม่ควรนำวิธีการบิดเบือนซ้ำๆ แบบเก่ามาใช้ ทุกอย่างควรอยู่ภายใต้หลักกฎหมายและข้อเท็จจริง ประเทศบอบช้ำและเสียหายมามากแล้ว

