‘บิ๊กตู่’เปิดการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย ครั้งที่ 2 ลั่นไทยยินดีเป็นสะพานเชื่อมภูมิภาคในเอเชีย ชู 6 เสาหลักเอซีดี
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถ้อยแถลงการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย ครั้งที่ 2 โดยมีพระประมุข ประมุข หัวหน้ารัฐบาล และผู้แทนจาก 33 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย เข้าร่วมการประชุม อย่างไรก็ตามการประชุมนี้เป็นการประชุมระหว่างประเทศครั้งแรกที่นายกฯทำหน้าที่ประธานควบคุมการประชุมด้วยตัวเอง
นายกฯกล่าวเปิดการประชุมว่า ในนามของรัฐบาลไทยและหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue – ACD) รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับทุกท่านสู่การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย ครั้งที่ 2 และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศสมาชิกเชื่อมั่นในประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ตนเชื่อมั่นว่าการประชุมสุดยอดโดย 34 ประเทศสมาชิกในวันนี้ จะเป็นก้าวสำคัญไปสู่ความร่วมมือและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาคเราต่อไป สำหรับกรอบความร่วมมือเอเชีย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหลายประการ ที่สำคัญก็คือ ความหลากหลายในพลัง ความเป็นมิตรและความสมัครใจของประเทศสมาชิกที่จะร่วมมือกัน ความยืดหยุ่นและอ่อนตัวของโครงสร้างกรอบความร่วมมือและเวทีหารือ ซึ่งปัจจัยพื้นฐานสำคัญเหล่านี้มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ ดังนั้นการรวมตัวของพวกเราในวันนี้ เป็นการส่งสัญญาณสำคัญต่อประชาคมโลกว่า เอเชียพร้อมแล้วที่จะเติบโตอย่างครอบคลุมและเป็นเอกภาพ ผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาคมเอเชียที่แท้จริงในอนาคต
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัจจุบันนอกจากเอเชียจะเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตลาดและมีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลกแล้ว ทุกอนุภูมิภาคของเอเชียยังมีพลังความเข้มแข็งที่หลากหลาย โดยเอเชียใต้เป็นภูมิภาคที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก (โดยธนาคารโลกได้ประเมินว่าจะขยายตัวจากอัตราร้อยละ 7.1 ในปี 2559 เป็นร้อยละ 7.3 ในปี 2560) เอเชียตะวันออกมีเทคโนโลยี นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ระดับแนวหน้า และลงทุนด้านอาร์แอนด์ดีเป็นอันดับต้นๆ ในโลก เอเชียกลางมีความมั่นคงทางพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ เอเชียตะวันตกเป็นแหล่งพลังงานของโลก และมีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติชั้นนำของโลก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความมั่นคงทางอาหาร และเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเจริญเติบโตของผู้ประกอบการอันดับต้นๆ ของโลก ดังนั้นเอเชียหนึ่งเดียว หลากหลายในพลังคือคำตอบ พวกเรามีศักยภาพเพียงพอที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในสภาวะชะลอตัวในปัจจุบัน ด้วยประชากรร้อยละ 60 ของประชากรโลก สัดส่วนจีดีพี 1 ใน 3 ของโลก ทุนสำรองร้อยละ 60 ของเงินทุนสำรองของโลก และที่สำคัญอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกว่าร้อยละ 5 ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่ประเทศสมาชิกเอซีดีจะต้องร่วมกันกำหนดทิศทางและเป้าหมายของความร่วมมือที่ชัดเจน เพื่อระดมศักยภาพและจุดแข็งที่หลากหลายของประเทศสมาชิก ในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในภูมิภาคเพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนแห่งเอเชีย และสร้างการเจริญเติบโตที่มั่นคงให้กับประชาคมโลก
“วิสัยทัศน์ความร่วมมือเอเชีย ค.ศ.2030 (ACD Vision 2030) จึงเป็นการประกาศเจตนารมณ์ของผู้นำเอซีดีที่จะพัฒนาเอเชียไปสู่การเจริญเติบโตอย่างครอบคลุมและยั่งยืน มีความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ มีความมั่นคงและสันติภาพ มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีพลวัตทางนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ของโลก ในอีก 14 ปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมายและทิศทางที่จะสร้างประชาคมเอเชียในอนาคต” นายกฯกล่าว และว่า ในการบรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว เราจะผลักดันความร่วมมือใน 6 เสาหลักของเอซีดีที่สอดคล้องและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ค.ศ.2030 ได้แก่ ความสัมพันธ์ ระหว่างความมั่นคงทางอาหาร น้ำ และพลังงาน ความเชื่อมโยง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรม การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การส่งเสริมแนวทางสู่การพัฒนาที่ทั่วถึงและยั่งยืน โดยเน้นความเป็นหุ้นส่วนของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล เอกชน และประชาชน เพื่อให้ความร่วมมือในเสาหลักทั้ง 6 ประสานสอดคล้องและเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ผมขอสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกร่วมเป็นผู้นำในเสาหลักต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงลึกระหว่างกัน โดยเริ่มจากการจัดตั้งคณะทำงานตามเสาหลักทั้ง 6 และกำหนดเป้าหมาย กรอบเวลาการทำงาน และแนวทางความร่วมมือระหว่างกันในแต่ละเสาหลักที่ชัดเจนเพื่อเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตนเห็นว่าสิ่งสำคัญของทุกความร่วมมือคือการนำผลการประชุมสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยอะไรที่เริ่มดำเนินการได้ ควรเร่งดำเนินการก่อน อะไรที่ใหญ่และซับซ้อนควรมีการวางแผนในระยะยาว และดำเนินการเป็นขั้นตอน เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมทั้งควรมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
นายกฯกล่าวต่อว่า ในส่วนของการพัฒนาความเชื่อมโยงในเอเชียและการรวมตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างประชาคมเอเชียหนึ่งเดียวที่เข้มแข็งและไร้รอยต่อเอซีดีจะต้องเป็นตัวเชื่อม ระหว่างความร่วมมืออนุภูมิภาคต่างๆ โดยไม่ควรเป็นการซ้ำซ้อน แต่ทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดแก่เอเชียของเรา ในฐานะที่ไทยมีสภาพภูมิยุทธศาสตร์ที่เอื้ออำนวยในการเชื่อมโยง ไทยยินดีที่จะเป็นหนึ่งในสะพานเชื่อมระหว่างภูมิภาคต่างๆ ในเอเชียโดยเฉพาะเอเชียตะวันตกกับเอเชียตะวันออก ไทยเล็งเห็นศักยภาพในการผลักดันความเชื่อมโยงในทุกมิติและครอบคลุมทั้งเอเชียการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ให้ทันสมัยและสอดคล้องกันระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืนของเอเชีย และเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาวของภูมิภาค “เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานของเอเชียทั้งหมด และตอบรับกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น การระดมทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ในภูมิภาค จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงทางการเงิน ให้กระจายพลังเศรษฐกิจที่กระจุกตัวอยู่เพียงบางแห่ง ไปสู่พื้นที่ที่ยังขาดโอกาสเข้าถึงสถาบันการเงิน จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำที่ยังมีอยู่ การประชุมครั้งนี้ ไทยจึงภูมิใจนำเสนอเรื่องความเชื่อมโยง โดยเน้นประเด็นการนำเทคโนโลยีมาส่งเสริมการเชื่อมโยงทางการเงิน และการระดมทุนเพื่อส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นสองหัวข้อหลักของการประชุมภาคธุรกิจเอซีดีคอนเนคเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการใช้ศักยภาพที่มีอยู่ โดยเฉพาะศักยภาพทางการเงินในภูมิภาคเอซีดีที่มีเงินทุนสำรองจำนวนมาก ในการสนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาความเชื่อมโยงในภูมิภาค” นายกฯกล่าว
นายกฯกล่าวต่อว่า เพื่อตอบโจทย์โลกาภิวัตน์ของเอเชียและโลกที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว ไทยได้พัฒนานโยบายให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับพลวัตในปัจจุบัน ผมมั่นใจว่านโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม จะช่วยส่งเสริมให้ไทยสามารถพัฒนาความร่วมมือในเชิงสร้างสรรค์กับประเทศสมาชิกใน 6 เสาหลักของเอซีดีได้ นอกจากนี้ นโยบายส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมหนัก กิจการโลจิสติกส์ เอสเอ็มอี และเศรษฐกิจชายแดนของไทยจะเป็นการเตรียมความพร้อมในการยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ระดับภูมิภาค และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกเอซีดี รวมทั้งสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างความเชื่อมโยงในเอเชียต่อไปด้วย ไทยได้เสนอตัวเป็นประเทศผู้นำในเสาหลักด้านแนวทางสู่การพัฒนาที่ครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งไทยให้ความสำคัญและผลักดันมาโดยตลอดในช่วงที่เป็นประธานเอซีดี และกลุ่ม 77 ตนมองว่าการพัฒนาประเทศไม่ควรเน้นที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียว แต่ควรคำนึงถึงคุณภาพความสมดุลและความสุขของประชาชนด้วย เช่นหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทยที่มุ่งให้เกิดความเป็นเอกภาพระหว่างมิติของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และแนวคิดเรื่องความสุขมวลรวมประชาชาติของภูฏาน และไม่มีสูตรตายตัวสำหรับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุม
เนื่องจากแต่ละประเทศมีจุดแข็ง บริบทการพัฒนาและขีดความสามารถ ตลอดจนข้อจำกัดที่แตกต่างกัน แต่ละประเทศจึงต้องมีแนวทางที่เหมาะสมกับตนเองขณะเดียวกัน ประเทศสมาชิกเอซีดีต่างมีประสบการณ์ องค์ความรู้ที่สามารถแบ่งปันแลกเปลี่ยนเพื่อช่วยเสริมซึ่งกันและกัน และสร้างความแข็งแกร่งไปด้วยกันจากภายในด้วยการเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ การผสมผสานความแตกต่างและความแข็งแกร่งของประเทศสมาชิก เพื่อผนึกพลังสร้างความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นร่วมกันของเอเชีย จึงเป็นปณิธานหลักของเอซีดีมาโดยตลอด นอกจากนี้ ไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศสมาชิกลักษณะไตรภาคีภายใต้นโยบายไทยแลนด์+1 เพื่อช่วยประเทศที่สนใจร่วมมือในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นวัตกรรม เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือสาขาอื่นที่ไทยมีความเข้มแข็ง
“การสร้างความแข็งแกร่งร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนเอเชียไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความร่วมมือระหว่างภาครัฐเท่านั้น แต่ต้องเป็นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในลักษณะความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐ เอกชนและประชาชนของทุกประเทศสมาชิกเอซีดีในการขับเคลื่อนนโยบายร่วมกัน เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในเอเชีย โดยมุ่งส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนของเอซีดีไปพร้อมกับการสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับประชาคมเอเชีย ผ่านกลไกการประชุม ACD Connect Business Forum ซึ่งได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม โดยมีผู้แทนจากภาคเอกชน เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ กลุ่มนักลงทุน และหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ ภายใต้แนวคิด “ปลุกพลังเชื่อมโยงนวัตกรรมการเงินเพื่อเอเชียที่ยั่งยืน” พวกเราจะได้รับฟังข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากการประชุมของภาคเอกชนในบ่ายวันเดียวกันนี้ เกี่ยวกับแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชีย” นายกฯกล่าว
นายกฯกล่าวต่อว่า ในภาคประชาชนยังถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจคู่ขนานของความร่วมมือในเอซีดีโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การมีส่วนร่วมของภาคการศึกษาจะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับประชากรรุ่นใหม่ของเอซีดี ในการรับมือกับความท้าทายระหว่างประเทศทั้งในรูปแบบดั้งเดิมและรูปแบบใหม่ รวมทั้งการผลิตกำลังคนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 และเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนใน 6 เสาหลักความร่วมมือของเอซีดี และเพื่อให้เกิดผลต่อการพัฒนาภูมิภาคอย่างเต็มศักยภาพ ประเทศสมาชิกเอซีดีจึงควรเร่งขยายความร่วมมืออย่างเข้มข้นในด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ประเด็นท้าทายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางพลังงาน การบริหารจัดการน้ำ เทคโนโลยีสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งส่งเสริมการเคลื่อนย้ายบุคลากรที่มีความสามารถในเอซีดี “การจัดตั้งสำนักเลขาธิการเอซีดีอย่างเป็นทางการ เป็นอีกกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิกและเป็นสัญลักษณ์แห่งความต่อเนื่องและยั่งยืน เนื่องจากพวกเราได้เห็นพ้องให้จัดตั้งสำนักเลขาธิการเอซีดีที่คูเวต ไทยจึงขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณคูเวตสำหรับการรับเป็นที่ตั้งสำนักเลขาธิการเอซีดี รวมทั้งการสนับสนุนค่าใช้จ่ายและบุคลากรของสำนักเลขาธิการทั้งหมด
หลังจากนี้ ไทยเห็นว่าประเทศสมาชิกควรเร่งหารือเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และกลไกการคัดเลือกเลขาธิการเอซีดี เพื่อให้การดำเนินงานของสำนักเลขาธิการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่อง รวมทั้งควรเร่งหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาเอซีดีเพื่อให้ความร่วมมือของพวกเรามีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว” นายกฯกล่าว และว่า ตนขอแสดงความยินดีกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในฐานะประธานใหม่ของเอซีดี และเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีเอซีดี ครั้งที่ 15 ณ กรุงอาบูดาบี ในเดือนมกราคม 2560 และอิหร่านซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดเอซีดี ครั้งที่ 3 ในปี 2561 ผมมั่นใจว่าการประชุมทั้งสองจะช่วยเพิ่มพูนพลวัตการขับเคลื่อนเอซีดีอย่างมีนัยสำคัญยิ่งขึ้นต่อไป ในการนี้ ตนขอเปิดการประชุมเอซีดี ซัมมิต ครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ และขอต้อนรับทุกท่านสู่ศักราชใหม่ของเอซีดี ซึ่งเราจะมาร่วมการประสาน จุดแข็งและศักยภาพที่หลากหลายของประเทศสมาชิกเพื่อมุ่งสู่เอเชียที่เป็นหนึ่งเดียว เอเชียที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง ยั่งยืนและครอบคลุม และเอเชียที่จะเป็นพลวัตขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจโลก โดยไม่ทอดทิ้งใครหรือประเทศใดไว้เบื้องหลัง” นายกฯกล่าว
ด้านนายบัน คี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ส่งวิดีโอมายังพิธีเปิดการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชียหรือเอซีดี ครั้งที่ 2 ในประเทศไทย โดยนายบันได้กล่าวขอบคุณประเทศไทยที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอซีดี ตามพันธสัญญาเพื่อความร่วมมือในระดับภูมิภาค ซึ่งรัฐบาลของประเทศสมาชิกสามารถผลักดันวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปทั่วทั้งเอเชียได้ และขอกล่าวต้อนรับตัวแทนทั้งในระดับรัฐบาล เอกชน และประชาสังคม ที่มาร่วมการประชุมในครั้งนี้ โดยจากการรับรองวิสัยทัศน์ความร่วมมือเอเชีย 2030 และปฏิญญากรุงเทพ จะสามารถสร้างเส้นทางในการแบ่งปันความมั่งคั่งแก่คนรุ่นต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน

