ท่วงทำนองในทางการเมืองของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กำลังได้รับความสนใจอย่างเป็นพิเศษจาก
“คอการเมือง”
มองว่าเป็นการเมืองแห่ง “กลยุทธ์”
โดยเฉพาะเมื่อบริหารจัดการสภาพทางการเมืองที่เป็นทั้ง “ความเสี่ยง” และมากด้วย “ปัญหา” ความขัดแย้ง
จากกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ทั้งๆ ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถือได้ว่าเป็นตัวเล่นที่มากด้วย “ความเสี่ยง” เป็นอย่างสูงในทางการเมือง
แต่เมื่ออยู่ในมือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็เรียบร้อย
เป็นความเรียบร้อยที่แม้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะถูก “ขับ”ออกไปจากพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็เหลือ “ความเสี่ยง” ไม่มากนัก
หากมองจากมุมของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ภาพของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นภาพแห่งความขัดแย้งในตัวเองอย่างเด่นชัด ระหว่างที่ปรากฏต่อ “สื่อ” กับ “ความเป็นจริง”
ที่เห็นโดยทั่วไป คือ ความไม่พร้อม
เป็นความไม่พร้อมในการเคลื่อนไหวที่จำเป็นต้องมีคนพยุง ประคอง เป็นความไม่พร้อมเมื่อได้ยินคำตอบซ้ำซาก
“ไม่รู้” และ “ไม่รู้” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กระนั้น ในบางจังหวะเวลาสังคมก็จะสัมผัสได้ในการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว ปราดเปรียว ไม่จำเป็นต้องมีคนพยุง ประคอง
และตอบ “คำถาม” ได้อย่างฉาดฉาน
ผู้คนจำนวนไม่น้อยมักจะติดอยู่กับ “ภาพ” ที่ไม่แข็งแรง สมบูรณ์ อันเป็นเหมือนกับ “ปรากฏการณ์” กระทั่งมองข้าม “ความเป็นจริง”
ตรงนี้ต่างหาก คือ “ลับ ลวง พราง”
นับแต่เกิดสถานการณ์การปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจากตำแหน่ง “รัฐมนตรี” เมื่อวันที่ 8 กันยายน เป็นต้นมา
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถือเป็น “ความเสี่ยง”
คนที่ก่อให้เกิดความหงุดหงิดให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทั่งจำเป็นต้องใช้อำนาจตามมาตรา 170 เข้าจัดการ
ถือได้ว่า “เคลื่อนไหว” ลำบาก ยากเย็นยิ่ง
กระนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณก็ยังเล่นบทเป็นคนที่ให้โอกาส ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างเต็มเปี่ยม
แม้จำเป็นต้อง “ขับ” ในวันที่ 19 มกราคม
กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่าเป็นกระบวนการ “ขับ” อันมากด้วยไมตรี ออกจากพรรคพลังประชารัฐก็จริง
แต่ก็ยังคงสถานภาพแห่ง “ส.ส.”
ยิ่งเมื่อมองไปยัง “พรรคเศรษฐกิจไทย” ยิ่งต้องร้อง “ฮ้อ”
สถานะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงเป็นสถานะที่อยู่ในระหว่าง “เขาควาย” แห่งความขัดแย้งที่แหลมคมยิ่งในปัจจุบัน
ระหว่าง “ประยุทธ์” กับ “ธรรมนัส”
ซีกทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็สำคัญเพราะเป็นนายกรัฐมนตรี ซีกทางด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็มีความหมายเพราะมี 20 ส.ส.อยู่ในมือ
ทั้ง “ประยุทธ์” ทั้ง “ธรรมนัส”ล้วนเป็น “น้อง” ล้วนเป็น “ลูกน้อง”มาก่อน

