รัฐบาลขอบคุณเสียงชื่นชมฟื้นสัมพันธ์ ‘ซาอุ’ สะท้อน ‘บิ๊กตู่’ ทำเพื่อชาติ ดันลงทุน แรงงาน ท่องเที่ยว
นิว ที่มีส่วนกับผลสำเร็จจากการเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรีเดินทางในครั้งนี้ ถือเป็นผู้แทนคนไทยทุกคนทั้งที่อยู่ในประเทศไทย และคนไทยที่อยู่ที่ซาอุดีอาระเบีย ภูมิใจแทนคนไทยทุกคน ที่ฝ่ายซาอุดีอาระเบียให้การต้อนรับอย่างเต็มที่ สมเกียรติ ซึ่งได้นำไปสู่การปรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียให้เป็นปกติ และเริ่มการวางแนวทางความร่วมมือในสาขาต่างๆ ในอนาคต ทั้งด้านแรงงาน การค้า และการลงทุน และการท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจ และมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล เพื่อเอื้อประโยชน์ให้พี่น้องคนไทย และประเทศชาติ นำความร่วมมือ ซึ่งจะเป็นการพัฒนามหาศาลกลับมาสู่ประชาชนอย่างแท้จริง
โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า เป็นผลสำเร็จจากความพยายามของรัฐบาล ที่สามารถทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างหลากหลายจากการปรับระดับความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะผลประโยชน์ทางการค้า และการลงทุน เพราะตลาดซาอุดีอาระเบียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศอาหรับ และเป็นตลาดการลงทุนสำคัญของไทย จะทำให้ผู้ประกอบการไทยส่งออกสินค้ามากขึ้น โดยข้อมูลจากหอการค้าไทยในปี 2564 ไทยมีการทำการส่งออกไปซาอุดีอาระเบียประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 45,000 ล้านบาท) คิดเป็นเพียง 0.6% ของการส่งออกทั้งหมดจากประเทศไทย หากไทยสามารถทำการค้ากับซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มขึ้น จะทำให้สัดส่วนทางการค้าและการส่งออกไปประเทศซาอุดีอาระเบียอยู่ที่ประมาณ 2.2% ของการส่งออกทั้งหมด ได้เหมือนปี 2532 ซึ่งหมายถึงปริมาณการค้าจะเพิ่มขึ้นไปถึงประมาณ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 150,000 ล้านบาท)
นอกจากนี้ ยังจะเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทยในตลาดสินค้ารถยนต์ และส่วนประกอบ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับพลังงาน พลังงานสะอาด อุตสาหกรรมอาหาร สินค้าอาหาร และอาหารแปรรูป อาหารฮาลาล สินค้าเกษตร เครื่องจักรกล เครื่องประดับ อุปกรณ์ไฟฟ้า Medical Hub และวัสดุก่อสร้าง รวมถึงสินค้าที่มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มเติมคือ สินค้าในกลุ่มเครื่องจักรอุตสาหกรรม รถยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ คิดเป็นร้อยละ 27.5 ของการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งล้วนเป็นสินค้านำเข้าสำคัญของซาอุดีอาระเบีย และสอดคล้องกับสินค้าส่งออกสำคัญของไทยด้วยเช่นกัน
สำหรับผลประโยชน์ด้านแรงงาน จะทำให้ทั้งแรงงานมีฝีมือ และแรงงานกึ่งฝีมือได้กลับไปทำงานในซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะในอนาคตอันใกล้ ช่วงที่ซาอุดีอาระเบียมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่จำนวนมาก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งในอดีตเคยมีแรงงานไทยในซาอุดีอาระเบียกว่า 3 แสนคน สามารถสร้างรายได้ส่งกลับไทยมากกว่า 9 พันล้านบาทต่อปี
ส่วนด้านการท่องเที่ยว กระทรวงการต่างประเทศคาดว่าจะมีชาวซาอุดีอาระเบียเดินทางมาท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า หลังการปรับความสัมพันธ์ ประเมินรายได้จากการท่องเที่ยวของชาวซาอุดีอาระเบียในไทย น่าจะอยู่ประมาณไม่ต่ำกว่าปีละ 5 พันล้านบาท ซึ่งชาวซาอุดีอาระเบียมีศักยภาพสูงในแง่การจับจ่ายใช้สอย เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะส่งเสริมไทยในด้าน medical hub และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Thailand Wellness
“ผลประโยชน์ของประเทศไทย และต่อพี่น้องชาวไทยที่เกิดจากการเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีล้วนมาจากความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีต่อประเทศชาติ นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกเสียงที่ชื่นชมผลสำเร็จของการทำงานในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงานต่อไปของนายกรัฐมนตรี พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรองรับโอกาสทั้งทางด้านการค้า การลงทุน แรงงาน และการท่องเที่ยว ที่เข้ามาพร้อมกับการเปิดความสัมพันธ์ครั้งนี้ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมถึงประชาชนโดยเร็ว” นายธนกรกล่าว

