‘เจ๊หลี-สิระ’ ควงคู่ลุ้นผลเลือกตั้งซ่อม มั่นใจได้ชัยชนะ หวังได้เกิน 3.5 หมื่นคะแนน

30.01.22 | 18:42 น.

‘สรัลรัศมิ์-สิระ’ ลุ้นคะแนนวอร์รูม​พรรค ‘มาดามหลี’ รับมีเครียดบ้าง เผย ‘บิ๊กป้อม’ ต่อสายให้กำลังใจ​ ด้าน ‘สิระ’ มั่นใจได้เกิน​ 3.5 หมื่น​ เล็งเช็กบิลนักวิชาการวิเคราะห์เมียแพ้

เมื่อเวลา​ 17.15 น. วันที่ 30 มกราคม ที่วอร์รูมเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ วิภาวดี​ พาเลซ​ บรรยากาศเริ่มมีความคึกคัก นอกจาก นางสรัลรัศมิ์​ เจนจาคะ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม​ ส.ส.เขต​ 9​ และนายสิระ​ เจนจาคะ​ อดีต ส.ส.กทม. ผู้เป็นสามีเข้ามาลุ้นผลนับคะแนน ยังพบว่ามีแกนนำคนสำคัญของพรรคเริ่มทยอยเดินทางเข้ามา เช่น​ นายวิรัช​ รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.และอดีตประธานวิปรัฐบาล นางทัศนาพร​ เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเศรษฐกิจไทย

ขณะที่นางสรัลรัศมิ์และนายสิระยังคงมีท่าทีมั่นใจ และเชื่อว่าจะได้คะแนนมากกว่าเลือกตั้งปี​ 2562 เพราะมีการทำพื้นที่มาตลอด 3 ปี ขณะที่นางสรัลรัศมิ์เปิดเผยว่า ได้ไปบนบานกับท้าวสุรนารีที่ จ.นครราชสีมา นอกจากนี้ ยังพกของขลังประจำตัวไว้ที่ตัวด้วย

ต่อมา เวลา​ 17.20 น. นางสรัลรัศมิ์​แถลงภายหลังปิดหีบว่า​ มีความมั่นใจ เชื่อว่าประชาชนให้ความไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม ขอดูผลคะแนนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง สิ่งที่ทำให้มั่นใจเพราะกลุ่มคนที่ไปเลือกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ที่ผ่านมาตนให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงอายุ ยอมรับว่าเราเจาะกลุ่มเป้าหมายตรงนี้มาโดยตลอด ซึ่งวันนี้เห็นได้ชัดว่ากลุ่มคนเหล่านี้ออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก น่าจะเป็นเพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมาดูแลกลุ่มผู้สูงอายุมาโดยตลอด โดยกลุ่มผู้สูงอายุในเขตหลักสี่และจตุจักรมีอยู่ประมาณ 5 หมื่นคน เป็นกลุ่มที่อยู่บ้าน ส่วนใหญ่มีใจให้กับเรา เป็นฐานเสียงที่มีความสนิทคุ้นเคยกันมาเป็นพิเศษ จึงมั่นใจว่าจะชนะพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลอย่างแน่นอน ซึ่งมีทั้งกระแสส่วนตัวและกระแสของพรรค

เมื่อถามว่าการเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้คิดว่ามีความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร นางสรัลรัศมิ์​กล่าวว่า คิดว่าในเรื่องการดูแลประชาชน การมีผู้แทนเป็นผู้หญิงถือว่าเราเป็นตัวแทนของแม่ เป็นตัวแทนของลูกสาว ซึ่งเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยนที่จะเข้าถึงประชาชน เชื่อว่าหลายเรื่องเราจะสามารถดูแลประชาชนได้ ในฐานะที่เป็นผู้แทนผู้หญิงได้ดีกว่าผู้แทนผู้ชาย และไม่คิดว่าเป็นข้อเสียเปรียบ เพราะวันนี้ผู้หญิงเก่งมีจำนวนมาก สามารถดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล สามารถเป็นรัฐมนตรี ในยุคใหม่แล้วความได้เปรียบเสียเปรียบจะไม่มีแยกเพศระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ความเป็นผู้หญิงจะเข้าถึงคนในชุมชนได้มากกว่า

Advertisement

นางสรัลรัศมิ์​กล่าวว่า วันเดียวกัน​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​และหัวหน้าพรรค​ พปชร. ได้โทรศัพท์มาให้กำลังใจตน และได้ไถ่ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าวันนี้ทหารออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก ​นางสรัลรัศมิ์​กล่าวว่า เรารู้จักและคุ้นเคยกันดี อย่างที่แม่บ้าน ปตอ.ได้มีการทำงานและกิจกรรมร่วมกันมาโดยตลอด ช่วงโควิด-19 ได้นำยาและเวชภัณฑ์ไปช่วยเหลือทหารที่ติดโควิดจำนวนมาก การเข้าหน่วยทหารเราทำงานมาเป็นประจำอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไปปราศรัย อย่างไรก็ตาม เราเข้าถึงประชาชนในทุกกลุ่ม รวมถึงตำรวจด้วย เรามีการดูแลโรงพักโซนกรุงเทพฯเหนือ ดูแลทั่วถึงอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ทั้งนี้ หากได้รับโอกาสเป็น ส.ส.จะทำตามสโลแกนคือการสั่งงานต่อ​ และนำสิ่งดีๆ ให้ประชาชน

ช่วงท้ายนางสรัลรัศมิ์ยอมรับว่ามีเครียดบ้าง และตื่นเต้น แต่ยังมีความมั่นใจ

ด้านนายสิระกล่าวว่า มั่นใจการเลือกตั้งว่าจะยังได้ชัยชนะ เพราะประชาชนชาวหลักสี่รู้จักเราทั้งสองคนเป็นอย่างดี จากการลงพื้นที่ 3 ปีที่ผ่านมา โดยฐานเสียงหลักส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุที่เราเข้าถึงและคุ้นเคยกันมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมาเราทำงานตลอด 7 วัน และมีผลงานให้เห็น โดยการเลือกตั้งครั้งนี้คาดหวังตัวเลขเกิน 35,000 คะแนน มากกว่าครั้งที่แล้ว สิ่งที่เรามั่นใจคือครั้งก่อนที่เราแพ้ด้วยคะแนนเยอะมาก และเราได้ลงไปแก้ไข ไปสร้างความสัมพันธ์ พัฒนา ทำทุกอย่างให้มารักเรา

เมื่อถามว่าหากผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เป็นผู้ชนะอนาคตจะเป็นอย่างไร นายสิระกล่าวว่า เราไม่ได้คิดตรงนี้เลย เราคิดว่าเราชนะแน่ เชื่อว่าประชาชนจะเป็นคนส่งนางสรัลรัศมิ์เป็นผู้แทนเข้าสภา

เมื่อถามว่ากระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร ที่มาช่วยหาเสียงดีแค่ไหน นายสิระกล่าวว่า บางพรรคตอนที่เริ่มต้นไม่เคยพูดถึง พล.อ.ประยุทธ์ และไม่เคยรับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์เลย แต่พอ พล.อ.ประยุทธ์ดีขึ้นก็มีการอ้างให้เลือกเขาเพื่อเข้าไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งหมายความว่าเรตติ้ง พล.อ.ประยุทธ์ดีขึ้น และทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนดีขึ้น

เมื่อถามว่ามีการเผยแพร่ภาพในโซเชียลว่ามีทหารมาใช้สิทธิจำนวนมาก นายสิระกล่าวว่า ถ้าประชาชนคนไทยไม่ไปใช้สิทธิก็จะถูกตัดสิทธิหลายเรื่อง เช่น ห้ามสมัคร ส.ส.หรือลงเล่นการเมือง นี่คือสิ่งที่ว่าหน่วยงานทหารทำไมถึงให้ความร่วมมือ ก็เพื่อให้สิทธิทหารเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยและไม่ไปตัดสิทธิทหารเขา

“ขอชื่นชมทหารโดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาที่ให้ทหารออกมาใช้สิทธิเพื่อไม่ให้เขาโดนตัดสิทธิ และตอนหาเสียงหลายพรรคก็เข้าไปหาเสียงในค่ายทหาร มีเพียง พปชร.ไม่ได้เข้าไปปราศรัย เนื่องจากเราเข้าไปเยี่ยมเยือนตลอด เราดูแลครอบครัวทหาร ดูแลกำลังพลมาตลอดแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปพูดย้ำอะไรแล้ว

“ขอบอกพรรคการเมืองที่บอกว่าทหารเป็นเผด็จการ วันนี้ท่านเห็นแล้วว่าทหารให้ความร่วมมือในการรณรงค์หาเสียงและเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ขอให้หยุดการโจมตีทหารได้แล้ว” นายสิระกล่าว

นายสิระกล่าวว่า ผู้สมัครที่เข้าไปแนะนำตัวนั้นเขาไม่เข้าใจทหาร แต่ของเราไม่ต้องเข้าไปแนะนำตัวเขารู้จักเราดี เราคุ้นเคยเหมือนญาติพี่น้อง มีพอร์ตไลน์สายตรงอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าความคุ้นเคยตรงนี้ทำให้ไม่ต้องมีการปราศรัยในค่ายทหารใช่หรือไม่ นายสิระกล่าวว่า คนที่เขาจะเลือกเรา เขาจะถามว่าเคยทำอะไรให้เขาแล้วหรือยัง แก้ไขปัญหาเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาหรือไม่ แต่คนที่ไม่เคยทำอะไรให้เขาก็ต้องไปแนะนำตัวให้เขารู้จัก

เมื่อถามว่าหากผลการเลือกตั้งเป็นผู้ชนะจะทำอะไรเป็นสิ่งแรก นายสิระกล่าวว่า จะไปถามนักวิชาการว่าใช้หลักคิดและมีเหตุผลอะไรถึงให้เราอยู่อันดับบ๊วย มีอะไรจูงใจให้ทำโพลออกมาเช่นนี้ ท่านได้ลงมาในพื้นที่พบปะประชาชนจริงหรือไม่ ใช้หลักวิชาการ หรือวิทยาศาสตร์อะไรถึงไปออกสื่อให้เราเป็นอันดับบ๊วย ประการที่ 2 จะคิดบัญชีว่าใครทำผิดอะไรบ้าง อย่างไรก็ตาม มั่นใจเราลงพื้นที่มา 3 ปี อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ อยู่ข้างประชาชน เชื่อใจว่าประชาชนอยากให้นางสรัลรัศมิ์สานงานต่อ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง