‘พรรคกล้า’ แถลงยินดี ‘สุรชาติ’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ‘อรรถวิชช์’ โวยังรักษา ‘จตุจักร’ ฐานเดิมได้

30.01.22 | 20:44 น.

‘กรณ์-อรรถวิชช์’ แถลงยินดี ‘สุรชาติ’ พร้อมขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ ‘อรรถวิชช์’ โวเขตจตุจักรยังรักษาฐานเดิมไว้ได้

เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 30 มกราคม ที่พรรคกล้า นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรกล้า พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 9 หลักสี่-จตุจักร ร่วมกันแถลงข่าวหลังคะแนนออกมาอย่างไม่เป็นทางการว่า นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 9 จากพรรคเพื่อไทย มาเป็นอันดับหนึ่ง

นายกรณ์กล่าวว่า เราค่อนข้างจะมั่นใจได้แล้วว่านายสุรชาติน่าจะมาอันดับหนึ่ง ขอถือโอกาสเแสดงความยินดีกับนายสุรชาติ และหวังว่าจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่เป็น ส.ส.ตามความคาหวังของชาวหลักสี่-จตุจักร และตนในฐานะหัวหน้าพรรคขอกราบขอบคุณจากใจที่ทุกคะแนนมอบให้นายอรรถวิชช์และพรรคกล้า ซึ่งเราได้กำลังใจจากคะแนนเสียงที่ได้มา เราทุ่มเทสุดตัว เราไม่ชนะเราก็มีความรู้สึกผิดหวัง เพราะทุกครั้งที่เราลงเลือกตั้งก็ตั้งใจเข้าไปทำหน้าที่ในสภา

นายกรณ์กล่าวว่า พรรคเราเป็นพรรคใหม่ เราพูดแต่แรกว่าเราเป็นพรรคสตาร์ตอัพ คือรุกแรง รุกเร็วทุกครั้ง เรียนรู้และปรับตัว ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เรามีบทเรียน ซึ่งทำให้เรามีกำลังใจว่าเรามาถูกทางแล้ว ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการเห็นการเมืองที่มีคุณภาพ ต้องการเห็นผู้มีอำนาจที่ตอบโจทย์ ใส่ใจแก้ปัญหาให้ประชาชน พรรคกล้าเราถือว่ามาถูกทางในการนำเสนอการเมืองคุณภาพ การเมืองที่มีการเปลี่ยน สร้างโอกาสให้กับประชาน และสร้างโอกาสให้กับประเทศชาติได้

“การเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าคน กทม.ต้องการการเปลี่ยนแปลง คือการเมืองไม่เหมือนเดิม และผมคิดว่าถ้าผมเป็นรัฐบาลก็คงต้องอ่านสัญญาณนี้ให้ขาด และตั้งคำถามกับตัวเองว่าในขณะที่ยังอยู่ในอำนาจจะต้องทำอะไรเพื่อแก้ปัญหาช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากกว่านี้ เพราะชัดเจนว่า 3 พรรคที่ได้คะแนนสูงสุดล้วนเป็นพรรคที่เสนอแนวทางที่เปลี่ยนแปลงและแตกต่างจากรัฐบาล ตรงนี้ชัดเจนว่าสัญญาณการเลือกตั้งครั้งนี้คืออะไร” นายกรณ์กล่าว

ด้านนายอรรถวิชช์กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ให้ตนไว้ และแจ้งข่าวดีให้พรรคกล้าทราบว่าฐานเสียงเดิมในเขตจตุจักรเรามาเป็นที่ 1 ส่วนนายสุรชาติเป็นแชมป์เก่าในเขตหลักสี่อยู่แล้ว ก็ชนะไป แต่จตุจักรเรารักษาไว้ได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ณ ตอนนี้คะแนนยังไม่สรุปว่าเราเป็นที่ 2 หรือ 3 แต่ที่แน่ๆ เราก้าวไปเป็นพรรคการเมืองในระดับที่มีคะแนนเทียบเท่ากับพรรคก้าวไกลที่มี ส.ส. 50 คนในสภาแล้ว

Advertisement

นายอรรถวิชช์กล่าวว่า วันนี้เราเห็นชัดเจนว่าการเมืองใหม่เกิดขึ้นแล้วใน กทม. ตัวเลขที่ออกมาสะท้อนชัดเจนว่าการทำการเมืองวิถีแบบใหม่ แบบที่พรรคกล้าเป็นทำให้เราขึ้นมายืนได้ และที่แน่ๆ การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นเทรนด์การเมืองใหม่ที่แต่ละพรรคจะต้องเดินตาม และนี่คือความภูมิใจของพวกเราตลอด 30 วัน

“ในเขตจตุจักร คาดว่าผู้มาใช้สิทธิเงียบเหงามาก บอกตรงๆ พวกผมลุ้นว่าจะได้คะแนนไม่ถึงหมื่น หรือหายไปเลย ปรากฏว่าไม่ใช่ เราเป็นมวยหลักแล้ว” นายอรรถวิชช์กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง